เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ นักเทนนิสที่บอบช้ำ

เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ นักเทนนิสที่บอบช้ำ

เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ นักเทนนิสที่บอบช้ำ

รูปข่าว : เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ นักเทนนิสที่บอบช้ำ

เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ นักเทนนิสที่บอบช้ำ นอกจากปัจจัยด้านร่างกายที่บอบบางกว่านักเทนนิสชายแล้ว ยังมีเรื่องของจิตใจที่ทนความกดดันได้ต่างกัน โดยเฉพาะหากต้องเล่นอาชีพขณะที่อายุยังน้อย ตัวอย่างของเจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ นักเทนนิสชาวอเมริกันที่เล่นอาชีพขณะอายุเพียง 13 ปี เป็นกรณีศึกษาที่ผู้ปกครองต้องระวัง เพราะการใช้สภาพร่างกายอย่างหนัก ส่งผลกระทบทั้งจิตใจ และร่างกายของเธออย่างมาก

สรีระของนักเทนนิสหญิงที่มีความแตกต่างจากผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น เป็นปัจจัยที่ต้องระวังในการฝึกซ้อม และแข่งขันกีฬาซึ่งต้องไม่ใช้ร่างกายหักโหมจนเกินไป เจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้ ซึ่งได้รับการผลักดันจากครอบครัวให้เล่นอาชีพใน WTA ทัวร์ในปี 1990 ขณะที่อายุเพียง 13 ปี สร้างความฮือฮาแก่วงการเทนนิสโลกก็จริง แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นกับสภาพจิตใจ และร่างกาย ทำให้เธอกดดันและหันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด รวมไปถึงเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 
 
คาปริอาตี้ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ผ่านเข้าชิงชนะเลิศรายการอาชีพ และในปีเดียวกันเป็นนักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุดที่เข้ารอบรองชนะเลิศเฟรนช์ โอเพ่น ปีที่ 2 ในการเล่นเทนนิสอาชีพซึ่งเธออายุ 14 ปี คาปริอาตี้ ชนะโมนิก้า เซเลส มือ 1 ของโลก และชนะมาร์ติน่า นาฟาติโลว่าได้สำเร็จ จนกระทั่งคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 1992 ในวัย 15 ปี ซึ่งเป็นปีทองของเธอ 4 ปีหลังจากเล่นอาชีพ คาปริอาตี้ ต้องเผชิญกับปัญหามรสุมชีวิต และเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งทั้งหมดเธอออกมายอมรับในภายหลังว่าเกิดจากความกดดันในการเป็นนักเทนนิสอาชีพ
 
คาปริอาตี้ กลับมาสู่สนามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และขึ้นมือ 1 ของโลกในปี 2001 แต่สุดท้ายก็ต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บทั้งหลัง หัวไหล่ และข้อมือ จนต้องแขวนแร็กเก็ตในที่สุด แม้เธอจะยอมเข้ารับการบำบัด หลังจากมีประวัติใช้ยาเกินขนาด ล่าสุด ยังต้องเจอข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนหนุ่ม และต้องขึ้นศาลในสิ้นปีนี้


กลับขึ้นด้านบน