ภาคประชาชน รณรงค์คัดค้านการค้างาช้าง

ภาคประชาชน รณรงค์คัดค้านการค้างาช้าง

ภาคประชาชน รณรงค์คัดค้านการค้างาช้าง

รูปข่าว : ภาคประชาชน รณรงค์คัดค้านการค้างาช้าง

ภาคประชาชน รณรงค์คัดค้านการค้างาช้าง คนเลี้ยงช้างทั่วประเทศ ยังคงเดินหน้าคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อให้อำนาจเต็มแก่รัฐบาลในการกำกับดูแลช้าง ขณะเดียวกัน ได้นัดหมายเดินรณรงค์ร่วมกับนักอนุรักษ์สัตว์โลก เพื่อทวงถามรัฐบาลไทย ถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้างาช้างในวันนี้ (4 ต.ค.)

นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ต.กึดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการปางช้างใน จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกับนักอนุรักษ์สัตว์โลก เคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ไขปัญหาค้างาช้างในวันนี้ (4 ต.ค.)

โดยจะส่งตัวแทนยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาค้างาช้าง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยออกกฎหมายควบคุมการค้างาช้างอย่างเข้มงวด เนื่องจากไทยถูกมองว่าเป็นประเทศผู้สนับสนุนให้กลุ่มผู้ลักลอบ มีการฆ่าช้างเพื่อเอางา

จากนั้นประชาชนคนรักสัตว์จาก 45 เมือง ใน 27 ประเทศ ทั่วโลก ซึ่งคาดว่า มีไม่ต่ำกว่า 1,000 คนจะเดินรณรงค์ต่อต้านการค้างาช้าง จากด้านหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัลเวิลด์

นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้สนในร่วมเดินรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์พันทิพย์ดอทคอม และ เฟซบุ๊ค โดยมีข้อความระบุถึง การประสานความร่วมมือ เพื่อยุติการค้างาช้าง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตสำหรับช้างทุกที่ในโลก โดยในประเทศไทยยังมีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มที่ยังค้างาช้าง ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้เกิดการล่าช้าง ขณะที่ การตรวจสอบก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างแท้จริง

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทำให้การประชุมกลุ่มผู้เลี้ยงช้าง และ เจ้าของปางช้าง เพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อให้อำนาจเต็มแก่รัฐบาลในการกำกับดูแลช้าง ต้องถูกเลื่อนออกไป แต่กลุ่มผู้เลี้ยงช้างยังคงยืนยันจะเดินหน้าแสดงความไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะการกำหนดให้รัฐสามารถยึดช้างได้หากสภาพความเป็นอยู่ไม่ดี และมีการปรับสูงถึง 2,000,000 บาท จำคุกถึง 10 ปี รวมถึงกรณี หากตรวจสอบช้างไม่มีที่มาที่ไปก็สามารถยึดได้ทันที ซึ่งกลุ่มผู้เลี้ยงช้างมองว่า ไม่เป็นธรรม โดยหากรัฐบาลยังไม่รับฟังก็จะนำช้างเดินทางไปประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป

ขณะที่ นายสัตวแพทย์สามารถ ประสิทธิผล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่จะแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ให้เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจาก ปัจจุบันมีกรมปศุสัตว์ ที่มีความรู้ความชำนาญ สามารถตรวจสอบประวัติและดูแลสุขภาพสัตว์ได้โดยตรง นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนช้างให้ถูกต้อง ยังทำให้ตรวจสอบช้างผิดกฎหมายได้ง่าย ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดการฆ่าช้างเพื่อเอางา


กลับขึ้นด้านบน