"เอกชน" หวั่นปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่น กระทบโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท

"เอกชน" หวั่นปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่น กระทบโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท

"เอกชน" หวั่นปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่น กระทบโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท

รูปข่าว : "เอกชน" หวั่นปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่น กระทบโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท

แม้ว่าประเทศไทยจะให้ความสำคัญต่อการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่นทั้งรัฐบาลประกาศเป็นนโยบาย และมีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่ดัชนีการทุจริตคอร์รัปชั่นกลับไม่ลดลง ซึ่งผลสำรวจของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ ไอโอดี เอกชนระบุว่าตำแหน่งทางการเมืองเอื้อต่อการทุจริต

สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ ไอโอดี ระบุว่า ประเทศไทยจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และ พระราชกำหนดบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่เอกชนเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการทุจริต สะท้อนได้จากผลสำรวจของ IOD พบว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ของประเทศไทยไม่ลดลง

นายบัณฑิต กล่าวว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ต่อประเทศ เพราะทำให้เสียโอกาสหลายด้าน โดยความเสี่ยงต่อการทุจริตคือการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่ลงทุน บางโครงการอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริงซึ่งการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น ต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และ ประชาชน
                
นอกจากนี้ ต้องการให้ภาครัฐกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อมาป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังเช่น ข้อตกลงคุณธรรม ที่ควรมีผลบังคับใช้จริงจังก็จะทำให้การลงทุนมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจมากที่สุด

ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของเอกชนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ในร่างแก้ไขระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างนั้น รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการในการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนในแต่ละโครงการ โดยเอกชน สามารถส่งรายชื่อ ให้คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองก่อนเข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อป้องกันการมีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ คาดว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ร่างแก้ไขระเบียบผู้สังเกตการณ์นี้ ภายในสัปดาห์หน้า


กลับขึ้นด้านบน