คาดคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ กรณีวางระเบิดกว่า 30 จุด ใน 4 จังหวัดภาคใต้

คาดคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ กรณีวางระเบิดกว่า 30 จุด ใน 4 จังหวัดภาคใต้

คาดคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ กรณีวางระเบิดกว่า 30 จุด ใน 4 จังหวัดภาคใต้

รูปข่าว : คาดคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ กรณีวางระเบิดกว่า 30 จุด ใน 4 จังหวัดภาคใต้

คาดคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ กรณีวางระเบิดกว่า 30 จุด ใน 4 จังหวัดภาคใต้ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า กลุ่มก่อความไม่สงบหวังสร้างสถานการณ์ กรณีวางระเบิดตู้เอทีเอ็มกว่า 30 จุด ใน 4 จังหวัด โดยจากการตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวีสามารถบันทึกภาพของผู้ก่อเหตุได้ในหลายจุด ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ในเชิงสัญลักษณ์ในเดือน ต.ค.เพื่อสร้างความฮึกเหิมและขวัญกำลังใจให้กับแนวร่วมฯรุ่นใหม่

วันนี้ (9 ต.ค.) พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า เผยกับ ทีมข่าวไทยพีบีเอสว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ก่อเหตุลอบวางระเบิด กว่า 30 จุด ใน จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และที่ จ.สงขลา ในบริเวณตู้เอทีเอ็ม และร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการเผายางรถยนต์ เผากล้องซีซีทีวี
  
รวมถึงคนร้ายได้ปล้นรถยนต์ดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลรือเสาะ จ.นราธิวาส และองค์การบริหารส่วนตำบลตะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบแล้ว โดยรถดับเพลิงได้ถูกเผาทำลาย 1 คัน รวมถึงมีอบวางเพลิงเผาบ้านพักครู ในโรงเรียนบ้านเจาะกือแย อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุให้ครูเสียชีวิต 1 คนด้วยล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจได้เข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว
                              
ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุของเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก รวมถึงจากการตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวี สามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุได้หลายจุด ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการเพื่อขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด
   
โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการหวังสร้างสถานการณ์เพื่อก่อกวน และทำลายระบเศรษฐกิจซึ่งเป็นตู้เอทีเอ็มและร้านสะดวกซื้อ ซึ่งคนรายหวังที่จะสร้างความหวาดกลัว และทำลายความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้มีกระแสของประชาชนที่ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงขยายกว้างขวางมากขึ้น  โดยคาดว่าจะเป็นฝีมือของแนวร่วมก่อความไม่สงบที่ได้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
   
พ.อ.ปราโมทย์ ยังกล่าวว่า "ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับการวิสามัญ เปเล่ดำ แกนนำของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบหรือไม่ และไม่ต้องการให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งพฤติกรรมที่เกิดขึ้นถือเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างความไม่สงบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่แล้ว"
 
พ.อ.ปราโมทย์ ประเมินว่า เป็นความพยายามของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในช่วงเดือน ต.ค. เพื่อหวังสร้างสัญลักษณ์และสร้างขวัญกำลังใจและความฮึกเหิมให้กับแนวร่วมก่อความไม่สงบรุ่นใหม่ โดยเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา (55) ผู้ก่อความไม่สงบก็ได้ก่อเหตุรุนแรงและสร้างสถานการณ์กว่า 36 จุด ใน จ.ยะลา ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งจากมุมมองของคนในพื้นที่ซึ่งต้องที่จะลืมอดีตและก้าวข้ามเหตุรุนแรงต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ร้ายๆให้ผ่านพ้นไปทั้ง กรณีตากใบ หรือ กรือเซะ โดยกลุ่มที่ไม่หวังดีก็พยายามรื้อฟื้น ซึ่งย้ำว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด


กลับขึ้นด้านบน