กปท.เล็งฟ้องศาลปกครอง "รัฐใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ" ชี้ลิดรอนสิทธิปชช.

กปท.เล็งฟ้องศาลปกครอง "รัฐใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ" ชี้ลิดรอนสิทธิปชช.

กปท.เล็งฟ้องศาลปกครอง "รัฐใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ" ชี้ลิดรอนสิทธิปชช.

รูปข่าว : กปท.เล็งฟ้องศาลปกครอง "รัฐใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ" ชี้ลิดรอนสิทธิปชช.

กปท.เล็งฟ้องศาลปกครอง กปท. เตรียมฟ้องร้องต่อศาลปกครอง หลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ 3 เขตของกรุงเทพมหานคร ชี้ลิดรอนสิทธิ์ของประชาชน ขณะรมว.มหาดไทย ยืนยันว่า มีความจำเป็นในการกฎหมายพิเศษ เพื่อควบคุมการชุมนุม ในช่วงที่รัฐบาลไทยต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ส่วนการดูแลสถานการณ์ตำรวจจะเน้นการเจรจาเป็นหลัก พร้อมวางกำลังกว่า 8 ,000 นาย ดูแลการชุมนุม

หลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ต.ค.) ตำรวจที่วางกำลังเพื่อดูแลความเรียบร้อยรอบการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ยังคงเข้มงวดกับการผ่านเข้าออกรอบบริเวณการชุมนุม ทั้งด้านสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ด้านแยกสวนมิสกวัน และวัดเบญจมบพิตร ส่วนในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล มีกำลังตำรวจคอยดูแลความปลอดภัย ป้องกันการสร้างสถานการณ์

 
ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังมีการปราศรัยเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล และการเข้ามาแทรกแซงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อย่างต่อเนื่อง
 
  
 
ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพื่อวางแนวทางเพื่อกำหนดหลักการทำงาน หลังเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก ซึ่งการทำงานของตำรวจ จะยังคงยึดหลักกฎหมาย แต่หากมีการยกระดับการชุมนุม ตำรวจมีเหตุจำเป็นต้องปรับกำลังเพื่อความเหมาะสม เบื้องต้นตำรวจได้วางกำลัง 30 กองร้อย หรือ 4,500 นาย สลับสับเปลี่ยนดูแลพื้นที่ และเตรียมกำลังไว้อีก 56 กองร้อย หรือ 8,400 นาย หากมีเหตุความรุนแรง หรือมีการยกระดับการชุมนุม นอกจากนี้จะมีการปรับด่านรอบพื้นที่การชุมนุม เข้ามาในพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.บ.

    

 
สำหรับพื้นที่ที่มีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง มีทั้งหมด 3 เขต รวม 8 แขวง คือ เขตดุสิต 2 แขวง คือแขวงดุสิต และแขวงจิตรลดา  เขตพระนคร 5 แขวง คือ แขวงพระบรมมหาราชวัง แขวงตลาดยอด แขวงบวรนิเวศ แขวงบ้านพานถม แขวงบางขุนพรหม ส่วนเขตสุดท้าย คือ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในพื้นที่แขวงโสมนัส โดยการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่งคง มีกำหนด10 วัน คือระหว่างวันที่ 9 ถึง 18 ตุลาคม นี้
 
ด้านนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงความจำเป็นในการใช้กฎหมายพิเศษ เนื่องจากรัฐบาลมีกำหนดการต้อนรับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกับรัฐสภาอยู่ในระหว่างการประชุมสมัยสามัญทั่วไป แต่สถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มจะมีการระดมมวลชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก และอาจชุมนุมยืดเยื้อ คณะรัฐมนตรี จึงมีความเห็นประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ
 
  
 
ขณะที่ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ คณะเสนาธิการร่วม กปท.กล่าวยืนยันว่า กปท.ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ หากมีผู้ชุมนุมคนใดยั่วยุเจ้าหน้าที่ ใช้ความรุนแรง หรือเป็นมือที่สามก่อเหตุวุ่นวาย ก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที
 
ด้านนายไทกร พลสุวรรณ คณะเสนาธิการร่วม กปท.กล่าวว่า ขณะนี้กำลังหารือกับฝ่ายกฎหมาย เพื่อฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และศาลกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน

    

 
เช่นเดียวกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ที่เปิดเผยว่า กลุ่ม 40 ส.ว. จะยื่นเอาผิดกับ ครม.ชุดที่ประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่กำหนดให้ บุคคลมีเสรีภาพในการชุมนุมได้อย่างสงบ และปราศจากอาวุธ


กลับขึ้นด้านบน