เตรียมสำรวจ-ขึ้นทะเบียนช้างป่าเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช

เตรียมสำรวจ-ขึ้นทะเบียนช้างป่าเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช

เตรียมสำรวจ-ขึ้นทะเบียนช้างป่าเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช

รูปข่าว : เตรียมสำรวจ-ขึ้นทะเบียนช้างป่าเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช

เตรียมสำรวจ-ขึ้นทะเบียนช้างป่าเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่อุทยานและนักอนุรักษ์ เตรียมขึ้นสำรวจช้างป่าที่เหลืออยู่บนเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติ และอนุรักษ์ช้างที่เหลือ คาดว่าเหลืออยู่ไม่เกิน 10 ตัว หลังชาวบ้านพบซากป่านอนเสียชีวิตมาแล้ว ประมาณ 4 เดือน ห่างจากช่วงที่ทีมข่าวไทยพีบีเอส ขึ้นสำรวจไม่นานนัก

ทีมข่าวไทยพีบีเอสเดินเท้าขึ้นไปบนเทือกเขาหลวง  อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช โดยสามารถบันทึกภาพช้างป่ารวม 7 ตัว ขณะกำลังหากินอยู่บนเทือกเขาหลวงไว้ได้ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทุกตัวมีลักษณะอ้วนพี และผิวสีเข้มบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ด้านอาหาร ที่สำคัญกลับไม่มีนิสัยดุร้ายเมื่อพบเห็นผู้คน และนี้อาจเป็นเหตุผล สำคัญทำให้ช้างป่า ถูกพรานสังหารเสียชีวิต 1 ตัว หลังจากนั้นไม่นานนัก

ผู้ใหญ่เฉลิม กาญจนพิทักษ์ แกนนำนักอนุรักษ์แห่งตำบลทองหงส์ อ.พรหมคีรี เล่าว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบซากช้างกลางป่าเขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาหลวง พื้นที่ อ.พิปูน จึงขึ้นไปสำรวจ เบื้องต้น พบซากช้างหนุ่มอายุราว 4 ปี เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 เดือน ห่างกัน 200 เมตร พบเพิงพักของพรานป่า สันนิษฐานว่า น่าจะมีความพยายามในการจับช้างไปสวมทะเบียนเพื่อส่งขาย แต่กระทำไม่สำเร็จจึงยิงทิ้ง ทำให้รู้สึกเป็นห่วงช้างที่เหลือ เพราะบางตัวมีงาสวยงาม และหลังจากนั้นยังไม่มีผู้พบเห็นอีกเลย จึงเตรียมชักชวนเจ้าหน้าที่อุทยานและนักอนุรักษ์ ราว 60 -70 คน ขึ้นไปสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้งภายในเดือน ต.ค.นี้

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า ช้างป่าบนเทือกเขาหลวง เหลืออยู่เพียง 2 โขลง หรือ 11 ตัว อพยพหากินอยู่หลายพื้นที่ เพราะผืนป่ากำลังถูกบุกรุกอย่างหนัก เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ เป็นการทำลายที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้าง จึงเตรียมจัดส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปสำรวจ และจัดทำสารบบจำนวน และรูปพรรณของช้างอย่างเป็นทางการ เพื่ออนุรักษ์ช้างที่เหลือ

เขตป่า อ.พรหมคีรี ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก ต่างจากพื้นที่อื่นในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.กระทูน อ.พิปูน ที่เคยเกิดโศกนาฎกรรม น้ำพัดพาท่อนซุงลงมาถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อ ปี 2531 รวมถึงเหตุภัยพิบัติเมื่อ 2 ปีก่อน


กลับขึ้นด้านบน