เมียนมาขอพิสูจน์สัญชาติผู้อพยพก่อนรับกลับประเทศ

เมียนมาขอพิสูจน์สัญชาติผู้อพยพก่อนรับกลับประเทศ

เมียนมาขอพิสูจน์สัญชาติผู้อพยพก่อนรับกลับประเทศ

รูปข่าว : เมียนมาขอพิสูจน์สัญชาติผู้อพยพก่อนรับกลับประเทศ

เมียนมาขอพิสูจน์สัญชาติผู้อพยพก่อนรับกลับประเทศ รัฐบาลเมียนมาประกาศจะรับผู้อพยพทางเรือกลับประเทศหากพิสูจน์ได้ว่าผู้อพยพทางเรือเดินทางออกจากเมียนมาและมีเอกสารพิสูจน์ตัวตนชัดเจนจริง

นายเย ทุต รัฐมนตรีข่าวสารในฐานะโฆษกรัฐบาลเมียนมา ประกาศว่ารัฐบาลเมียนมาพร้อมที่จะรับผู้อพยพทางเรือกลับประเทศหากกระบวนพิสูจน์สัญชาติที่กำลังดำเนินการอยู่ในอินโดนีเซียและมาเลเซียพบว่าผู้อพยพทางเรือเหล่านั้นลักลอบเดินทางออกไปจากเมียนมาจริง

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการหารือระหว่างรัฐบาลเมียนมากับผู้แทนรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทางการทูตจากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย จีนและสิงคโปร์ เพื่อหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพทางเรือชาวโรฮิงญาซึ่งจัดขึ้นที่นครย่างกุ้งในวันนี้ (18 พ.ค.2558)

นายเย ทุต ระบุอีกว่าเมียนมาเข้าใจความกังวลของนานาชาติต่อปัญหาดังกล่าว ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรช่วยกันหาทางออกในระดับภูมิภาคมากกว่าการกล่าวหาเมียนมาว่าเป็นต้นตอของปัญหาผู้อพยพแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้รัฐบาลเมียนมาระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 29 นี้ หากการประชุมดังกล่าวเป็นการลดกระแสกดดันที่ไทยกำลังเผชิญเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพทางเรือเท่านั้น

ขณะที่ชาวบ้านในเมืองลังซา จ.อาเจะห์ ของอินโดนีเซีย ออกมาบริจาคอาหารและเสื้อผ้าให้กับผู้อพยพชาวโรฮิงญาจากเมียนมาและบังคลาเทศหลายร้อยคนที่อาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่าผู้อพยพชาวโรฮิงญาตกอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ขาดทั้งอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งชาวลังซาต้องการให้ความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์และเป็นพี่น้องชาวมุสลิมเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันนี้มีผู้อพยพทางเรือชาวโรฮิงญาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวใน จ.อาเจะห์ ประมาณ 1,500 คน ขณะที่กองทัพเรือของอินโดนีเซียได้พยายามสกัดเรือผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่เหลือซึ่งคาดว่ามีอีกประมาณ 8,000 คน ลอยลำอยู่ในทะเลใกล้เคียง ไม่ให้เข้าน่านน้ำของอินโดนีเซีย เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ที่รองรับผู้อพยพชาวโรฮิงญากำลังประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการดูแลผู้อพยพทั้งหมด


กลับขึ้นด้านบน