แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ต่อเนื่อง

แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ต่อเนื่อง

แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ต่อเนื่อง

รูปข่าว : แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ต่อเนื่อง

แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ต่อเนื่อง แม้ขณะนี้หลายพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงได้รับความเดือดร้อน จากระดับน้ำที่ยังท่วมสูง โดยเฉพาะที่อ.พิมาย จ.นครราชสีมา แม่น้ำมูลยังคงเอ่อล้นเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สถานที่ราชการและบ้านเรือนประชาชน ที่อาศัยอยู่ติดกับลำน้ำมูล ในอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ยังคงถูกแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมเป็นวันที่ 4 ระดับน้ำสูง 40-50 เซนติเมตร และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากลำน้ำมูลในพื้นที่อ.พิมาย เป็นพื้นที่สุดท้าย ที่ต้องรองรับน้ำจากในทุกพื้นที่ของจ.นครราชสีมา

ส่วนที่จ.นครสวรรค์ แม้ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักๆอย่างแม่น้ำยม และแม่น้ำน่านจะเริ่มทรงตัว แต่ก็ยังคงท่วมในหลายพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ต.บางเคียน อ.ชุมแสง และต.เกรียงไกร อ.เมือง ชาวบ้านยังต้องใช้เรือเข้าออกหมู่บ้าน ขณะที่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง ชาวบ้านยังเดือดร้อน นายนายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ระบุว่า จังหวัดพิษณุโลกยังมีน้ำท่วมพื้นที่เกษตร 6 อำเภอ แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 สัปดาห์

ส่วนที่จังหวัดพิจิตร น้ำยังท่วมทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่หันมาจับปลาขาย เพื่อหารายเสริมในช่วงที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ส่งผลให้บรรดาร้านจำหน่ายอุปกรณ์หาปลา มียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านเลือกซื้อคือตะข่ายดักปลา

ส่วนน้ำท่วมที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ล่าสุดระดับน้ำยังคงลดลงเรื่อยๆ ถนนสาย 304 การจราจรใช้ได้แล้วตามปกติ ส่วนที่อำเภอศรีมหาโพธิ ระดับน้ำอยู่ที่ 9.48 เมตร ยังเกินระดับวิกฤต 48 เซนติเมตร แต่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เช่นกัน เช่นเดียวกับที่อ.ประจันตคาม ระดับน้ำยังสูงเกินจุดวิกฤต 19 เซนติเมตร ขณะเดียวกัน เกิดคันกันน้ำแตกที่บ้านปากแพรก ทำให้น้ำไหลมาตามทุ่งเข้าท่วมทุกตำบล ส่วนที่อ.เมืองระดับน้ำสูงกว่าวิกฤต 71 เซนติเมตร และเริ่มทรงตัว ขณะที่อ.บ้านสร้างอยู่ที่ระดับ 3.90 เมตร สูงเกินกว่าจุดวิกฤต 83 เซนติเมตร

ขณะที่ ชาวบ้านในต.เอกราช ต.ป่าโมก ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ที่ถูกน้ำท่วมก็เริ่มเดือดร้อนหนักมากขึ้น หลังน้ำในคลองชลประทานริมถนนสายป่าโมก-บางบาล เน่าเสียกว่า 5 กิโลเมตร สาเหตุคาดว่า เกิดการฉีดยาฆ่าวัชพืชที่ไหลมากับน้ำ และเศษวัชพืชที่ถูกน้ำท่วม ทำให้ประชาชนไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


กลับขึ้นด้านบน