ดีเอสไอรื้อคดีฆ่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ดีเอสไอรื้อคดีฆ่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ดีเอสไอรื้อคดีฆ่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

รูปข่าว : ดีเอสไอรื้อคดีฆ่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ดีเอสไอรื้อคดีฆ่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ดีเอสไอร่วมกับตำรวจพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานคดีฆาตกรรม นักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่น เมื่อปี 2550 อีกครั้ง พบข้อสงสัยในอาวุธที่ใช้สังหาร อาจจะเป็นมีดสนาม ไม่ใช่มีดปอกผลไม้ อย่างที่สรุปในตอนแรก

การติดตามคดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่ถูกฆาตกรรม บริเวณวัดสะพานหิน เมื่อปี 2550 วันนี้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และตำรวจพื้นที่ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อจำกัดประเด็นการฆาตกรรม จากการตรวจสำนวนคดีย้อนหลังพบว่า มีดที่ผู้ก่อเหตุใช้อาจไม่ใช่มีดปอกผลไม้ แต่อาจเป็นมีดสนาม เพราะการตรวจสอบบาดแผลบริเวณลำคอ พบว่ามีรอยบาดที่ลึก ซึ่งหากเป็นมีดปอกผลไม้ ด้านสันมีดจะไม่คมเท่ามีดสนาม
และหลังจากที่ก่อเหตุ ผู้ที่ก่อเหตุอาจจะไม่ได้กลับโดยใช้เส้นทางหลัก เนื่องจากมีทางเข้าออกหลายทาง ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ (16 ต.ค.) ดีเอสไอจะลงพื้นที่ตรวจสอบทางเข้าออกอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่ม

ขณะที่ การสืบสวนคดีนี้ ก่อนหน้านี้พบว่า มีผู้ต้องสงสัย กว่า 200 คน แบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม คือ กลุ่มคนติดยาเสพติดในพื้นที่, กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เคยต้องโทษคดีเดียวกัน, กลุ่ม ตชด.ที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุ, กลุ่มคนงานในอุทยาน, กลุ่มชาวบ้านที่เก็บผักตกปลา, กลุ่มที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่น และกลุ่มผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินทางของน.ส.โทโมโกะ ส่วนประเด็นการฆาตกรรมครั้งนี้ ยังเน้นเรื่องการประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะทรัพย์สินผู้เสียชีวิตบางส่วนหายไป


กลับขึ้นด้านบน