วิเคราะห์ 5 รัฐมนตรี คุมพืชการเมืองฐานเสียง

วิเคราะห์ 5 รัฐมนตรี คุมพืชการเมืองฐานเสียง

วิเคราะห์ 5 รัฐมนตรี คุมพืชการเมืองฐานเสียง

รูปข่าว : วิเคราะห์ 5 รัฐมนตรี คุมพืชการเมืองฐานเสียง

 วิเคราะห์ 5 รัฐมนตรี คุมพืชการเมืองฐานเสียง การแต่งตั้งให้รัฐมนตรี 5 คน มีหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบแก้ปัญหาพืชเกษตรหลัก 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย และยางพารา ไม่เพียงแค่เจตนาที่ ครม.เห็นชอบร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาพืชเกษตร ที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีนัยยะทางการเมืองในการรักษาฐานมวลชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของฝ่ายวิชาการ ที่ระบุว่า แม้พรรคเพื่อไทยอาจเสียรังวัด เพราะการปล่อยวางที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่อีกเหตุผลกลับชี้ว่า รัฐบาลมีเจตนาที่จะทอดเวลาออกไป เพื่อเยียวยาปัญหาให้ใกล้ช่วงเลือกตั้งให้มากที่สุด โดยคาดหวังที่จะสร้างผลงาน เพื่อคงเสถียรภาพของรัฐบาล และเก็บคะแนนทางการเมืองให้กับพรรคเพื่อไทย

เหตุผลหลักในการแต่งตั้ง 5 รัฐมนตรี เพื่อกำกับดูแลผลผลิตทางการเกษตร อาจไม่เพียงแค่ต้องการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ แต่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมืองว่าด้วยมวลชนฐานเสียง ที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้

ยางพารา พืชสวนที่ส่วนใหญ่ปลูกในภาคใต้ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีสายตรงจากพรรคชาติไทยพัฒนา กำกับดูแลรับผิดชอบ ในฐานะ "รองประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ" และแม้การชุมนุมเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในภาคใต้ จะฉายภาพชัด ว่า เป็นพื้นที่การเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ มีผลกระทบกับเกษตรในภาคเหนือและอีสานเช่นกัน

นอกจากพื้นที่ภาคเหนือที่ปลูกอ้อยแล้ว ภาคกลาง ก็นับเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยเช่นกัน และถือเป็นพื้นที่ส่วนแบ่งทางการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทย,ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นคนใกล้ชิด คุณแดง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เข้ามารับหน้าที่นี้ เพราะเป็นประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ซึ่งสนับสนุนเงินทุนระบบอ้อยและน้ำตาลอยู่ด้วย

และข้าวโพด พืชไร่ที่ส่วนใหญ่ปลูกในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น นายยรรยง พวงราช ผู้ที่ตกเป็นข่าว ว่าเป็นรัฐมนตรีในกลุ่มมัชฌิมาส่งเข้าปูทาง ก่อนสมาชิกกลุ่มจะย้ายสังกัด ได้กำกับดูแลรับผิดชอบแก้ปัญหาราคาข้าวโพด และส่วนตัวก็ถือว่าชำนาญการไม่น้อย ทั้งในฐานะอดีตอธิบดีกรมการค้าภายใน และล่าสุดก็เป็นตัวแทนเจรจากับกลุ่มชุมนุมเรียกร้องเร่งให้แก้ปัญหาในภาคเหนือ

ภาคอีสาน หนึ่งในพื้นที่การเมืองที่จำเป็นต้องยึดครองไว้ให้เหนียวแน่น ด้วยการดูแลเกษตรกรที่ส่วนหนึ่งปลูกมันสำปะหรัง ได้มอบหมายให้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 1ในบุคคลที่อยู่ในกระแส ว่าเป็นนายทุนและมีอิทธิพลภายในพรรคเพื่อไทย เข้ามารับภารกิจนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

สำหรับปัญหาโครงการรับจำนำข้าว มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้นายวราเทพ รัตนากร 1 ในรัฐมนตรีที่ใกล้ชิด ได้ดูแลแก้ปัญหาร่วมกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เพราะไม่เพียงเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล แต่ยังเป็นนโยบายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องคงภาพลักษณ์ด้านบวกไว้ เพื่อสร้างผลงานและเป็นแนวทางการหาเสียงในอนาคต

สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของฝ่ายวิชาการ ที่มีข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า ข้าว มันสำปะหรัง ข้าวโพด อ้อย และยางพารา ไม่ใช่แค่พืชเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังหมายถึงพืชทางการเมือง ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยต้องเร่งแก้ไขเยียวยา แม้บางฝ่ายจะบอกว่า เสียรางวัดไปส่วนหนึ่ง เพราะปล่อยวางปัญหา แต่บางฝ่ายก็บอกว่า รัฐบาลมีเจตนาที่จะทอดเวลาออกไป เพื่อเยียวยาปัญหาให้ใกล้ช่วงเลือกตั้งให้มากที่สุด


กลับขึ้นด้านบน