ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นทางฆาตรกรรมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2550

ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นทางฆาตรกรรมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2550

ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นทางฆาตรกรรมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2550

รูปข่าว : ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นทางฆาตรกรรมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2550

ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นทางฆาตรกรรมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2550 สัปดาห์หน้ามีการประชุมร่วมกันระหว่างอธิบดีดีเอสไอ และตำรวจญี่ปุ่น ในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เมื่อปี 2550 ซึ่งข้อมูลการสืบสวนทุกด้านจะถูกนำออกมาวิเคราะห์ในแต่ละประเด็นอีกครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางที่ผู้เสียชีวิตใช้ และเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนี

วัดพระบาทน้อยในจังหวัดสุโขทัย เป็นอีกหนึ่งจุดที่พบว่าใกล้กันมีเส้นทางเดินขึ้นเขาเชื่อมต่อไปยังวัดสะพานหินที่เป็นจุดเกิดเหตุคดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เมื่อปี 2550

ทำให้วันนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนี ซึ่งมีมากว่า 1 เส้นทาง และไม่ใช่เส้นทางขึ้นลงบริเวณด้านหน้าวัด ซึ่งการตรวจสอบเส้นทางของเจ้าหน้าที่เป็นการสัณนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น โดยจะนำข้อมูลการสืบสวนเดิมของตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัยมาสรุปอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางการทำงาน

ทีมข่าวไทยพีบีเอส พบว่า เส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุ แม้จะอยู่ในเขตพื้นที่ประวัติศาสตร์สุโขทัย แต่เป็นพื้นที่เปิดมีชุมชนอยู่โดยรอบ และเป็นเส้นทางที่ไปจังหวัดตากได้

ขณะที่ความพยายามในการหาพยานหลักฐานเพิ่มนั้น ตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาตำรวจมีความพยายามติดตามผู้ก่อเหตุ ทั้งการประกาศหากล้องถ่ายรูป ของนางสาวโทโมโกะที่หายไป โดยทำทีประกาศรับซื้อกล้องที่มียี่ห้อและรุ่นเดียวกับของนางสาวโทโมโกะ การไปติดต่อโรงรับจำนำในพื้นที่และใกล้เคียง แต่ก็ไม่พบ

คดีนี้มีการติดตามต่อเนื่องมาตลอด 6 ปี โดยทุกปีตำรวจที่รับผิดชอบคดี จะประสานครอบครัวของนางสาวโทโมโกะ ถึงการทำงาน แต่ด้วยผู้ก่อเหตุไม่ทิ้งพยานหลักฐาน รวมถึงไม่มีประจักษ์พยาน ประกอบกับการตรวจดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย ไม่ตรงกับดีเอ็นเอผู้ชายที่พบเสื้อผ้าของนางสาวโทโมโกะ จึงทำให้ยังไม่สามารถติดตามตัวได้


กลับขึ้นด้านบน