ค้นหาผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินสายการบินลาวแอร์ไลน์ตก ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 27 ศพ

ค้นหาผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินสายการบินลาวแอร์ไลน์ตก ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 27 ศพ

ค้นหาผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินสายการบินลาวแอร์ไลน์ตก ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 27 ศพ

รูปข่าว : ค้นหาผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินสายการบินลาวแอร์ไลน์ตก ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 27 ศพ

ค้นหาผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินสายการบินลาวแอร์ไลน์ตก ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 27 ศพ เจ้าหน้าที่ทั้งไทยและลาว ยังคงค้นหาผู้เสียชีวิต และเก็บกู้ซากเครื่องบินของสายการบินลาวแอร์ไลน์ ที่ตกกลางแม่น้ำโขง เมืองปากเซ ประเทศลาว เมื่อ 2 วันก่อน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 27 คน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเร่งพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของศพชาวไทย 5 คน พร้อมนำเครื่องสแกนโลหะมาใช้ เพื่อค้นหาซากเครื่องบินที่จมอยู่ใต้น้ำ เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

วันนี้ (18 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงาน ความคืบหน้าการค้นหาศพผู้เสียชีวิต และกู้ซากเครื่องบินจากเหตุเครื่องบินลาวแอร์ไลน์ตกในแม่น้ำโขงว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ในการค้นหาผู้เสียชีวิต และเก็บกู้ซากเครื่องบินของสายการบินลาวแอร์ไลน์ ที่ตกกลางแม่น้ำโขง เมืองปากเซ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถค้นหาศพผู้เสียชีวิตได้แล้ว 27 คน โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์อัตลักษณ์ของไทยได้เข้าร่วมในการพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ด้วย
  
เจ้าหน้าที่พิสูจน์อัตลักษณ์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตก ซึ่งถูกนำมาเก็บยังวัดจีน ซึ่งทางการลาวใช้เป็นสถานที่เก็บศพชั่วคราว โดยวิธีการพิมพ์ลายนิ้วมือ ฟัน และการพิสูจน์ดีเอ็นเอ ของผู้เสียชีวิตเพื่อค้นหาผู้เสียชีวิตคนไทยทั้ง 5 คนด้วย 
 
ด้านพล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ในฐานะหัวหน้าชุดพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ระบุว่า การตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลหลังจากทราบตัวบุคคลแล้ว จะติดต่อกับกระทรวงต่างประเทศเพื่อประสานทางการลาวในการลำเลียงศพผู้เสียชีวิตคนไทยกลับประเทศ นอกจากนี้ทีมพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจะยังคงอยู่ร่วมพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตจนกว่าจะแล้วเสร็จ
  
ขณะที่การค้นหาศพและกู้ซากเครื่องบินจากเหตุเครื่องบินตกในครั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ค้นหาศพผู้เสียชีวิตพบแล้ว 27 ศพ จากผู้โดยสารทั้งหมด 49 คน ทั้งนี้ศพส่วนใหญ่นั้นจะลอยขึ้นมาบริเวณจุดเกิดเหตุและลอยห่างออกไปประมาณ 20-30 กม. โดยส่วนใหญ่ศพจะอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายไทย - และลาวได้ร่วมการวางแผนในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ โดยใช้เรือประมาณ 7-8 และทำเป็นตะขอลากปูพรมในร่องน้ำเพื่อค้นหาศพและกู้ซากเครื่องบินควบคู่กันไป
   
นอกจากนี้ ทีมบริษัทเอกชนจากลาว ได้นำเครื่องสแกนโลหะ เข้าช่วยในการค้นหาครั้งนี้ด้วย ขณะที่ทางฝ่ายไทยได้เตรียมนำเครื่องสแกนใต้น้ำเข้าร่วมค้นหาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรุ่นเอทีอาร์ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นเดียวลำที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ จากประเทศฝรั่งเศสจะนำอุปกรณ์มาช่วยในการค้นหากล่องดำเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย
 
ขณะที่นายรัศม์ ชาลีจันทร์ กงสุลใหญ่ ประจำแขวงสะหวันนะเขต ระบุว่า ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของไทย-ลาว โดยไทยได้สนับสนุนโลงเย็นจำนวน 16 โลงและตู้คอนเทนเนอร์เพื่อใช้ในการเก็บรักษาศพให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด รวมถึงทางการลาวได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา ประกอบด้วย อนุกรรมการเก็บ-รับศพ เจ้าหน้าที่ประสานและแถลงข่าว อนุกรรมการรับศพหลังพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ก่อนที่จะส่งศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา


กลับขึ้นด้านบน