สถานการณ์น้ำเทศบาลเมืองพานทอง จ.ชลบุรี ยังน่าเป็นห่วง

สถานการณ์น้ำเทศบาลเมืองพานทอง จ.ชลบุรี ยังน่าเป็นห่วง

สถานการณ์น้ำเทศบาลเมืองพานทอง จ.ชลบุรี ยังน่าเป็นห่วง

รูปข่าว : สถานการณ์น้ำเทศบาลเมืองพานทอง จ.ชลบุรี ยังน่าเป็นห่วง

สถานการณ์น้ำเทศบาลเมืองพานทอง จ.ชลบุรี ยังน่าเป็นห่วง สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดชลบุรียังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเทศบาลเมืองพานทอง จนถึงขณะนี้ระดับน้ำยังไม่มีทีท่าจะลดลง เช่นเดียวกับพื้นที่เฟส 7 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ระดับน้ำยังน่าเป็นห่วง และสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง

การจราจรบริเวณพื้นที่เฟส 7 นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี ยังคงติดขัด เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง 50-70 เซนติเมตร สาเหตุจากมวลน้ำที่ไหลบ่ามาจากเทศบาลเมืองพานทอง มารวมกันที่เฟส 7 ประกอบเป็นช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้ระบายน้ำได้ช้า ส่งผลให้โรงงานกว่า 80 โรงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ส่วนเทศบาลเมืองพานทอง หลังมวลน้ำจากอ.บ้านบึงไหลบ่าเข้าท่วมเป็นวันที่ 3 ทำให้ประชาชนกว่า 10,000 ครอบครัว ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก โดยเจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำกว่า 100 เครื่อง เร่งสูบน้ำลงแม่น้ำบางปะกง และทะเลชลบุรีทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ลดระดับอย่างช้าๆ เนื่องจากน้ำทะเลหนุน

เช่นเดียวกับกับจังหวัดฉะเชิงเทรา น้ำทะเลที่หนุนสูงทำให้น้ำในแม่น้ำบางปะกงเอ่อล้นเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา 10-15 เซนติเมตร ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในอ.บางน้ำเปรี้ยว, บางคล้า และราชสาส์น เริ่มลดระดับลง ถนนพนมสารคาม สามารถวิ่งได้แล้วตามปกติ

ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านดงป่าลัน ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง ยังคงได้รับความเดือดร้อน จากตลิ่งแม่น้ำปิงทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง หลังฝนตกหนักทำให้แม่น้ำปิงไหลเชี่ยว ชาวบ้านต้องรื้อถอนบ้านเรือนไปแล้ว 6 หลัง ล่าสุดดินยังคงทรุดตัวเฉลี่ยชั่วโมง ประมาณ 1 เมตร ทำให้อีกหลายครอบครัวที่เหลือเตรียมอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ขณะที่สถานการณ์น้ำมูลที่อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และพื้นที่โดยรอบสูงกว่า 40 เซนติเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องนำถุงพลาสติกมาห่อวัตถุโบราณ และเก็บไว้บนที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย

ที่ถนนมิตรภาพช่วงหลักกิโลเมตรที่ 108 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน ถูกน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นผิวการจราจรจนต้องปิดการจราจรฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯเมื่อวานนี้ ล่าสุดระดับน้ำลดลงแล้ว เหลือเพียงน้ำท่วมพื้นผิวการจราจรประมาณ 15 เซนติเมตร และสามารถเปิดใช้ได้ตามปกติแล้ว

ส่วนที่จงหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเหตุน้ำป่าบนเทือกเขาพนมเบญจา ไหลเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 4 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ เมื่อช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) ขณะนี้ระดับน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติ มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 3 หลัง แต่ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย ตลิ่งตลอดแนวคลองไผ่พังเสียหายหลายจุด เช่นเดียวกับต้นปาล์มน้ำมัน ยางพารา ที่อยู่ริมตลิ่งล้มลงหลายสิบต้น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด


กลับขึ้นด้านบน