มูลนิธิบูรณะนิเวศเปิดเผยอันตรายสารตะกั่วในสีทาอาคารเกินค่ามาตรฐาน

มูลนิธิบูรณะนิเวศเปิดเผยอันตรายสารตะกั่วในสีทาอาคารเกินค่ามาตรฐาน

มูลนิธิบูรณะนิเวศเปิดเผยอันตรายสารตะกั่วในสีทาอาคารเกินค่ามาตรฐาน

รูปข่าว : มูลนิธิบูรณะนิเวศเปิดเผยอันตรายสารตะกั่วในสีทาอาคารเกินค่ามาตรฐาน

 มูลนิธิบูรณะนิเวศเปิดเผยอันตรายสารตะกั่วในสีทาอาคารเกินค่ามาตรฐาน เรื่องใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามกันมานานได้ถูกมูลนิธิบูรณะนิเวศนำมาเปิดเผยข้อมูลว่าสีทาบ้าน ทาอาคาร ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่ มีสารตะกั่วสูงเกินค่ามาตรฐาน สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีการเคลื่อนไหวผลักดันเรื่องนี้อย่างไรให้มีการควบคุม และออกกฎหมายมาควบคุม

 
น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยถึงข้อมูลการผลทดสอบสารตะกั่วในสีน้ำมันทาอาคารที่เกินค่ามาตรฐานว่า ทางมูลนิธิฯได้ส่งรายงานไปให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ผ่านทางผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งทาง สมอ.ไม่แน่ใจว่าได้มีการส่งรายงานให้เลขาธิการ สมอ.หรือยัง แต่ว่าก่อนหน้าที่จะถึงวันงาน มูลนิธิฯได้รับจดหมายจากเลขาธิการ สมอ.เรื่องขอให้ชะลอการแถลงผลออกไป เพื่อให้มีการศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนกว่านี้ ซึ่งได้เรียนไปว่าไม่สามารถชะลอได้ เนื่องจากการแถลงผลในครั้งนี้มีการจัดร่วมกันหลายองค์กร ขณะที่ในต่างประเทศมีการกำหนดจัดพร้อมกันในหลายประเทศด้วย มั่นใจว่าผลการศึกษาของมูลนิธิมีความถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งได้มีการส่งรายงานให้ สมอ.ไปแล้ว ซึ่งทางผู้อำนวยการได้เรียนว่าได้ดำเนินการไปแล้ว 
 
สำหรับสาระสำคัญของการพยายามผลักดันให้มีการถอนตะกั่วจากผลิตภัณฑ์สีทางอาคารทั้งในระดับโลก นำโดยองค์การอนามัยโลก และสหประชาชาติ และอีกหลายประเทศ โดยเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อสุขภาพของเด็กที่ได้ทราบแล้วว่าสารตะกั่วมีผลต่อการพัฒนาสมองของเด็กอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวัยเด็กเล็ก 1-6 ขวบ ซึ่งในแต่ละปีจะมีเด็กใหม่ๆ ประสบปัญหา หรือว่ามีระบบพัฒนาสมองบกพร่องปีละประมาณ 600,000 คนทั่วโลก จากสถิติขององค์การอนามัยโลก
 
สำหรับวิธีการเก็บตัวอย่างของสีต้องสงสัยว่าปนเปื้อนตะกั่วนั้น ช่วงแรกจะร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายของมูลนิธิเพื่อบริโภคสำรวจตลาดของทุกภูมิภาคว่าผลิตภัณฑ์สียี่ห้อใดบ้างว่าที่มีการวางจำหน่ายมากที่สุดในท้องตลาด และมีการใช้ ซึ่งช่วงการสำรวจอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม ซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างปี 2555-2556 จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ได้ออกเก็บตัวอย่างที่ได้มีการวิจัยเบื้องต้นว่ายี่ห้อใดบ้างที่มีการใช้ ซึ่งทั้งหมดเก็บมา 120 กระป๋อง หรือ 120 ตัวอย่าง รวมแล้ว 68 ยี่ห้อ โดยครอบคลุมส่วนแบ่งการตลาดของประเทศไทยเกือบทั้งหมด และเป็นสีน้ำมันทั้งหมด เนื่องจากเคยศึกษาสีน้ำ สีพลาสติกแล้ว พบว่าแทบจะไม่มีการใช้สารตะกั่วอีกแล้ว และที่พบสูงในปัจจุบัน ทั้งที่ผ่านมา ทั้งครั้งล่าสุด คือผลิตภัณฑ์สีน้ำมันจะใช้สารตะกั่วสูงมาก 
 
น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวอีกว่า โดยปกติแล้ว ถ้าทาภายในอาคารจะใช้สีพลาสติก แต่ในปัจจุบันจะมีการใช้สีน้ำมันมาทาภายในอาคารด้วย เช่น ศูนย์เด็กเล็กต่างๆ ซึ่งพยายามให้มีสีสันสวยงาม หรือว่าทำความสะอาดง่าย และสีคงทนกว่า จึงมีการใช้สีน้ำมันทาภายในตัวอาคาร พอนานไปสีอาจจะหลุดลอกเป็นแผ่น หรือว่าเป็นฝุ่นออกมา ซึ่งจะเข้าสู่ร่างกายของเด็กโดยการกิน หรือว่าด้วยการหายใจ
ถ้าเป็นในลักษณะละอองฝุ่น ขณะที่คำแนะนำของกระป๋องสี หรือว่ายี่ห้อสีต่างๆ ไม่ได้มีคำแนะนำไว้ว่าห้ามใช้สีนี้ภายในอาคาร ทำให้ปัจจุบัน มีการใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำมันทาภายในอาคารอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการใช้สีน้ำมันทาเครื่องเล่นเด็ก ซึ่งสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นเด็กเยอะไปหมด สีจะมีการลอกแบบนี้ เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้สารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายเด็กง่ายชึ้น
 
ทั้งนี้ นอกจากสารตะกั่วจะมีภัยต่อทางสติปัญญาแล้ว ยังทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ซึ่งถ้าเด็กยังได้รับสารตะกั่วไม่มากจะมีปัญหาเรื่องโลหิตจางเยอะเหมือนกัน และมีอาการช็อค ถ้าได้รับเยอะเป็นแบบเฉียบพลัน ได้รับปริมาณมาก เด็กอาจมีอาการช็อค หรือชัก อาจจะเสียชีวิตได้ รวมทั้งอาจจะทำให้มีอาการปวดท้อง ปวดบิดขึ้น ซึ่งในตัวเด็กหากได้รับประมาณ 80-120 ไมโครกรัม จะมีผลต่อไต ทำให้ไตฝ่อ ไตอักเสบ และถ้าได้รับประมาณ 80-100 ไมโครกรัม จะทำให้สมองอักเสบ และถ้าได้รับต่ำกว่า 10  ไมโครกรัม ซึ่งเป็นค่าที่ทั่วไปสามารถให้มีได้ ยังทำให้สติปัญญา หรือไอคิวของเด็กลดลงแล้ว ปกติตะกั่วจะเป็นโลหะหนัก ที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเลย เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะสะสมไปเรื่อยๆ โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายจะพยายามขับตะกั่วออกจากร่างกายอยู่เหมือนกัน ซึ่งจะขับผ่านทางไต ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อไต ถ้าหากได้รับในปริมาณมากๆ สะสมไปเรื่อยๆ ร่างกายขับออกไม่ทัน จะมีผลกระทบต่ออวัยวะต่างกายๆ ของร่างกาย


กลับขึ้นด้านบน