สัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปสั่นคลอนจากการดักฟังโทรศัพท์

สัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปสั่นคลอนจากการดักฟังโทรศัพท์

สัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปสั่นคลอนจากการดักฟังโทรศัพท์

รูปข่าว : สัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปสั่นคลอนจากการดักฟังโทรศัพท์

 สัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปสั่นคลอนจากการดักฟังโทรศัพท์ สถานภาพรัฐบาลสหรัฐฯในสายตาพันธมิตรสำคัญอย่างสหภาพยุโรป เลวร้ายลงทุกขณะ อันเนื่องมาจากรายงานเรื่องการดักฟังโทรศัพท์ของผู้นำและพลเมืองในยุโรป ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมันเท่านั้น ผู้นำหลายประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ต่างแสดงความไม่พอใจในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

การประชุมผู้นำประเทศสหภาพยุโรป ที่จัดขึ้นที่ประเทศเบลเยี่ยม กลายเป็นเวทีที่ผู้นำชาติสมาชิกได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน ที่อ้างตามข้อมูลการดักฟังโทรศัพท์โดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตพนักงานสัญญาจ้างลักลอบนำออกมาเผยแพร่ ซึ่งผู้นำทุกประเทศต่างเห็นตรงกันว่าเป็นการทำลายความเชื่อมั่นความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป

นายเฮอร์มัน ฟาน รอมปุย ประธานสภายุโรป กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันแรก ว่าผู้นำชาติสหภาพยุโรป เห็นตรงกันว่าชาติพันธมิตร ควรจะมีความเคารพและเชื่อใจซึ่งกันและกัน ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการทำงานและความร่วมมือด้วยข่าวกรอง แต่หากขาดความเชื่อมั่นซึ่งกัน และกันก็อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมทั้งเรื่องข่าวกรองด้วย

รายงานของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยน ระบุว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ หรือ NSA ดักฟังข้อมูลการโทศัพท์ของชาวฝรั่งเศสกว่า 70 ล้านครั้ง รวมทั้งยังดักฟังโทรศัพท์มือถือของนางอังเกล่า แมเคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ผู้นำทั้งสองประเทศอย่างมาก และทั้งคู่ก็ใช้โอกาสที่ได้ร่วมการประชุมอียู ในการหารือเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้นางแมเคล โทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯโดยตรงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำให้ผู้นำเยอรมนีพอใจได้ โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมวันแรก ผู้นำเยอรมนี ระบุว่าต่อจากนี้ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันหาแนวปฏิบัติ เพื่อการทำงานร่วมกันในอนาคตด้วยการสร้างความเชื่อใจขึ้นใหม่ เพราะตอนนี้ผู้นำสหภาพยุโรปทุกคน ต่างเห็นตรงกันว่าความเชื่อมั่นในความเป็นพันธมิตรข้ามแอตแลนติค ได้สั่นคลอนอย่างรุนแรง

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีฟรองซัวร์ โอลลองด์ ที่ระบุว่าพฤติกรรมบางสิ่ง เช่นการดักฟังโทรศัพท์ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ ซึ่งหากดูจากจำนวนพลเรือนที่ถูกดักฟังแล้ว มีความเป็นไปได้ที่ผู้นำชาติอื่นๆ อาจถูกดักฟังเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องหาทางยุติเรื่องนี้โดยเร็ว

มีรายงานว่าทั้งเยอรมนีและฝรั่งเศสจะหารือทวิภาคีกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางแก้ไขความไม่พอใจเรื่องการดักฟัง และวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันให้ได้ภายในปีนี้ ขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ที่ทำเนียบขาวของสหรัฐ จะต้องรับมือกับความไม่พอใจของผู้นำอีกหลายประเทศ


กลับขึ้นด้านบน