ผู้ชุมนุมชาวสวนยางเตรียมยกระดับการชุมนุมหลังเจรจาไม่เป็นผล

ผู้ชุมนุมชาวสวนยางเตรียมยกระดับการชุมนุมหลังเจรจาไม่เป็นผล

ผู้ชุมนุมชาวสวนยางเตรียมยกระดับการชุมนุมหลังเจรจาไม่เป็นผล

รูปข่าว : ผู้ชุมนุมชาวสวนยางเตรียมยกระดับการชุมนุมหลังเจรจาไม่เป็นผล

ผู้ชุมนุมชาวสวนยางเตรียมยกระดับการชุมนุมหลังเจรจาไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมชาวสวนยางปักหลักชุมนุมปิดกั้นการจราจรบนถนนเพชรเกษม ใน ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ต่อ หลังผลการเจรจากับรองนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยมีรายงานว่าวันนี้ (28 ต.ค.) จะมีความเคลื่อนไหวในการยกระดับการชุมนุมด้วย

การเจรจาด่วนระหว่าง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงตำรวจ และฝ่ายปกครอง กับแกนนำภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ ที่ปักหลักชุมนุมที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม และตั้งเวทีปราศรัยด้านข้างโรงพยาบาลสัตวแพทย์บ้านศรีนคร ในช่วงค่ำเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา การเจรจาดังกล่าวแม้จะใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยาง กล่าวภายหลังการประชุมว่า พล.ต.อ.ประชา ได้ปฏิเสธทุกข้อเสนอของภาคีเครือข่าย โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตผู้ปลูกยาง 2,520 บาทต่อไร่ไปแล้ว ซึ่งทำให้ตัวแทนเกษตรกรไม่พอใจ และจะยังไม่มีการเปิดเส้นทาง โดยหลังจากนี้ จะร่วมหารือกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อยกระดับการชุมนุมอย่างแน่นอน ในวันที่ 28 ตุลาคม

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ต้องการให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างราคายางพารากิโลกรัมละ 100 บาท ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 6 บาท โดยรัฐบาลต้องไม่นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศ ต้องการให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการรับรองสิทธิในที่ดินทำกิน โดยมีจำนวนตัวแทนคณะกรรมการจากภาคีเครือข่ายเกินครึ่ง ให้ย้าย พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกนอกพื้นที่ และไม่ให้เอาผิดกับผู้ชุมนุม แกนนำ รวมทั้งผู้ประสานงาน

สำหรับที่ประชุมได้มีการตกลงกันเพียงเรื่องเดียว คือกรณีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการรับรองสิทธิ์ในที่ดินทำกิน โดยรองนายกรัฐมนตรี รับว่าจะนำข้อเสนอไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ ยังอยู่นอกเหนืออำนาจการตัดสินใจ

ก่อนหน้าจะมีการเจรจาเพื่อขอให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทาง นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ออกคำสั่ง เพื่อใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 สั่งห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดปิดกั้นหรือเข้าในรัศมี 1 กิโลเมตร และให้ออกจากถนนเพชรเกษม โดยผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากผู้ชุมนุมยังคงปิดเส้นทางต่อเนื่อง จนเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง จะพิจารณาบังคับใช้กฎหมายบรรเทาสาธารณะภัยเพื่อเปิดเส้นทาง นอกจากนี้ตำรวจได้ตรวจสอบ พบว่า มีแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาล เข้าร่วมการชุมนุมกับชาวสวนยางด้วย ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมหลายคนเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยออกหมายจับ และอยู่ระหว่างประกันตัว ซึ่งกรณีนี้จะพิจารณาเรื่องถอนประกันต่อไป


กลับขึ้นด้านบน