"กองทัพ" พร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงตัดสินคดีพระวิหาร

"กองทัพ" พร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงตัดสินคดีพระวิหาร

"กองทัพ" พร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงตัดสินคดีพระวิหาร

รูปข่าว : "กองทัพ" พร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงตัดสินคดีพระวิหาร

การตัดสินของศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ทำให้หลายฝ่ายเตรียมความพร้อมรับมือ ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ระบุ หากเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ระหว่างการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร กองทัพพร้อมเตรียมแผนรับสถานการณ์ แต่จะยึดแนวทางสันติวิธี โดยเน้นการสร้างความเข้าใจระหว่างทหารทั้ง 2 ประเทศ เพื่อป้องกันเหตุเข้าใจผิดจนนำไปสู่ความรุนแรง

การเปิดเพลง และข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงกว่า 10 เครื่อง ที่ถูกนำมาติดตั้งไว้ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านปราสาทพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อแจ้งข่าว และใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างทหารไทย- และกัมพูชาที่วางกำลังอยู่หน้าแนว 

 
การติดตั้งเครื่องกระจายเสียง เป็น 1 ในมาตราการด้านมวลชนสัมพันธ์ที่กองทัพไทย นำมาใช้ควบคู่กับการลงพื้นที่ชี้แจ้งข้อเท็จจริงให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 6 ตำบล ของอ.กันทรลักษ์ ที่จะได้รับผลกระทบหากเกิดการสู้รบ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เน้นย้ำระหว่างการลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนด้านเขาพระวิหาร โดยให้ทหารทุกนายที่อยู่แนวหน้าต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฎิบัติงาน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในทุกกรณี 

    

 
ผู้บัญชาการทหารบก ยังระบุอีกว่า ขณะนี้ทุกกองกำลังที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ได้เตรียมแผนป้องกันชายแดนแผนเผชิญเหตุ และแผนดูแลอพยพประชาชนไว้พร้อมแล้ว แต่ยังกังวลในเรื่องของกลุ่มมวลชนที่จะเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ระหว่างการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร จึงต้องการให้ฝ่ายปกครองเร่งทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลาย และอาจเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การสู้รบโดยไม่จำเป็น 
 
ขณะที่การวางกำลังของทหารของทั้ง 2 ประเทศยังคงอยู่ในลักษณะเผชิญหน้า และเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่ง โดยเฉพาะในช่วงการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกระบุไม่ว่าคำตัดสินของศาลโลกจะออกมาในทิศทางใดกองทัพยังคงมีหน้าที่ในการป้องปกอธิปไตยของไทย แต่จะยึดแนวทางสันติที่เน้นการอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยสถานการณ์ในพื้นที่ยังเป็นปกติในส่วนของกัมพูชายังไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด 


กลับขึ้นด้านบน