ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

รูปข่าว : ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม หลังจากสภาผู้แทนราษฏรมีมติผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม วาระ 2 และ 3 ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายโดยกรรมาธิการยืนยันแก้ไขรายละเอียดให้คลอบคลุมทุกฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองขณะที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยเพราะขัดหลักการ ซึ่งขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้สภาผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนี้ต่อวุฒิสภา

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรลงมติวาระ 3 ของร่างพระราชบัญญัตินิรโทรกรรมเรียบร้อยแล้ว สภา ผู้แทนราษฎรจะเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภาวุฒิสภาจะมีหน้าที่ พิจารณากลั่นกรองร่างกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้งหนึ่งเมื่อวุฒิสภาได้ รับร่างนั้นแล้ว ก็จะดำเนินการโดยการแบ่งเป็น 3 วาระเช่นเดียวกับการพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎรได้แก่ วาระที่ 1 ขั้นพิจารณารับหลักการ วาระที่ 2ขั้นการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการที่วุฒิสภาตั้งหรือคณะกรรมาธิการเต็มสภา (พิจารณารายมาตรา) และวาระที่ 3 ขั้นลงมติโดยที่วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมาให้เสร็จภายใน 60 วัน

แต่ถ้าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงินต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน เว้นแต่วุฒิสภาได้ลงมติขยายเวลาออกไปเป็นกรณีพิเศษซึ่งต้องไม่เกิน 30 วันถ้าวุฒิสภาพิจารณาไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาให้ถือร่างพระราชบัญญัตินั้นผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาซึ่งผลการลงมติในวาระที่ 3 ของวุฒิสภามี 3 กรณีดังนี้

ในกรณีที่เห็นชอบโดยไม่มีการแก้ไขให้ถือได้ว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ในกรณีที่ไม่เห็นชอบ ต้องยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อนแล้วส่งร่างคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งครบ 180 วันสภาผู้แทนราษฎรจึงจะสามารถนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

ในกรณีที่วุฒิสภาให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติวุฒิสภาต้องส่งร่างกฎหมายที่ แก้ไขเพิ่มเติมนั้นกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสภาผู้แทนราษฎรรับทราบและ เห็นชอบด้วยก็ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ทันทีแต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นชอบ ให้ทั้ง 2 สภาตั้งบุคคลที่มีจำนวนเท่ากันขึ้นเป็น "คณะกรรมาธิการร่วมกัน" เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นอีกครั้งโดยต้องรายงานและเสนอร่างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วต่อทั้งสองสภา ซึ่งถ้าสภาทั้งสองเห็นด้วยกับเห็นชอบด้วย นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ทันที แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ให้ยับยั้งร่างนั้นไว้ก่อน

ส่วนขั้นตอนสุดท้ายคือกระบวนการลงพระปรมาภิไธยโดยพระมหากษัตริย์นายกรัฐมนตรีจะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน หลังจากที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภาหากพระมหากษัตริย์ทรงเห็น ชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้


กลับขึ้นด้านบน