แนวทางขยายอายุเกษียณลูกจ้างภาครัฐ-เอกชน

แนวทางขยายอายุเกษียณลูกจ้างภาครัฐ-เอกชน

แนวทางขยายอายุเกษียณลูกจ้างภาครัฐ-เอกชน

รูปข่าว : แนวทางขยายอายุเกษียณลูกจ้างภาครัฐ-เอกชน

แนวทางขยายอายุเกษียณลูกจ้างภาครัฐ-เอกชน นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เสนอแนวทางการขยายอายุเกษียณของลูกจ้าง ควรเป็นความพร้อมใจระหว่างนายจ้าง และแรงงาน ขณะที่ภาครัฐควรมีนโยบายลดหย่อนภาษีแก่นายจ้างที่จ้างแรงงานสูงอายุ

เวทีเสวนาวิชาการ "ผลกระทบของการขยายอายุการทำงานของผู้สูงวัยทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน" จัดโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนา เพื่อผู้สูงอายุไทย ผศ.นงนุช สุนทรชวกานต์ นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยผลการศึกษาพบว่า ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลงจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอายุประชากร ส่วนหนึ่งออกจากกำลังแรงงานตั้งแต่อายุ 50 ปี ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดอายุเกษียณลูกจ้างภาคเอกชนในกฏหมายคุ้มครองแรงงาน แต่นายจ้างยึดการรับสิทธิประโยชน์ทดแทนชราภาพของกองทุนประกันสังคมที่อายุ 50 ปีบริบูรณ์ เมื่อครบกำหนดอายุลูกจ้างต้องออกจากงาน หรือถูกเลิกจ้าง ทั้งที่ยังมีศักยภาพการทำงาน

ซึ่งจากการสำรวจความเห็นลูกจ้างวัยใกล้เกษียณ พบว่าต้องการทำงานต่อ เพราะยังมีศักยภาพทำงานได้ ขณะที่นายจ้างส่วนหนึ่งต้องการจ้างงานต่อเพราะบางลักษณะงานต้องอาศัยประสบการณ์ แต่บางส่วนก็มองเรื่องความคุ้มค่าต่อผลิตภาพแรงงานมากกว่า

ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายว่า การขยายอายุเกษียณลูกจ้าง ควรเป็นความพร้อมใจระหว่างนายจ้าง และแรงงาน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนให้มีการจ้างงานต่อ ควรดูแลด้านสวัสดิการเพื่อดูแลสุขภาพให้ลูกจ้างตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เพิ่มสิทธิประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีมาตรการจูงใจนายจ้าง ให้จ้างผู้สูงอายุมากกว่าบังคับ เช่น นโยบายลดหย่อนภาษีแก่นายจ้างที่จ้างแรงงานสูงอายุ และจ้างผู้สูงอายุมาทดแทนการจ้างงานคนพิการ


กลับขึ้นด้านบน