มติ "ม็อบสวนยางใต้" เปิดถนนเพชรเกษม-ขัดแย้งตร.ยังให้ปิด หวั่นปชช.ได้รับอันตราย

มติ "ม็อบสวนยางใต้" เปิดถนนเพชรเกษม-ขัดแย้งตร.ยังให้ปิด หวั่นปชช.ได้รับอันตราย

มติ "ม็อบสวนยางใต้" เปิดถนนเพชรเกษม-ขัดแย้งตร.ยังให้ปิด หวั่นปชช.ได้รับอันตราย

รูปข่าว : มติ "ม็อบสวนยางใต้" เปิดถนนเพชรเกษม-ขัดแย้งตร.ยังให้ปิด หวั่นปชช.ได้รับอันตราย

มติ ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมันใน 16 จังหวัดภาคใต้ ยังไม่ยุติลง หลังแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมีมติให้เปิดถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น 2 ช่องจราจร บริเวณบ้านศรีนคร อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ตำรวจภูธรภาค 7 กลับออกแถลงการณ์ไม่เปิดเส้นทางเพราะเกรงว่า จะไม่ปลอดภัย โดยอ้างว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่อนุญาติให้ตำรวจเข้าไปดูแลพื้นที่ดังกล่าว

ช่วงเช้าที่ผ่านมา (2 พ.ย.) แกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วยกันเคลื่อนย้ายต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อเปิดเส้นทางเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น 2 ช่องจราจร บริเวณบ้านศรีนคร อ.บางสะพานน้อย หลังชุมนุมปิดถนนมานานกว่าสับดาห์ พร้อมประกาศให้พื้นที่ตั้งแต่หมู่ 8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย ถึงหมู่ 4 ต.ทองมงคล อ.บางสะพานอยู่ในความดูแลของกลุ่มผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แต่ไม่อนุญาติให้ตำรวจ เข้าไปในพื้นที่ รวมถึงเส้นทางจราจรฝั่งขาล่องสู่ภาคใต้ที่ยังคงมีสิ่งกีดขวาง 

    
แต่ในช่วงบ่ายศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 ส่วนหน้า กลับออกแถลงการณ์ไม่สามารถเปิดเส้นทางจราจรได้ตามปกติ เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ในระยะทาง 6 กิโลเมตร ที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ และอ้างว่า หากมีคดีความเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเข้าไปพิสูจน์ทราบ จึงต้องปิดเส้นทางไปจนกว่าการชุมนุมปิดถนนจะยุติลง 

    

    
แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่สร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางส่วน จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่ออนุมัติให้มีการเปิดเส้นทาง และพร้อมจะรับผิดชอบหากเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้น พร้อมระบุว่า สาเหตุที่ไม่ยอมให้ตำรวจเข้ามาในพื้นที่ เพราะไม่มั่นใจหลังเกิดเหตุกราดยิงบ้านของชาวบ้าน 4 หลังใกล้จุดตรวจ เช่นเดียวกับสาเหตุที่ไม่สามารถเปิดเส้นทางจราจรได้ทั้งหมด เพราะรัฐบาลยังไม่ทำตามข้อเรียกร้องโดยเฉพาะการประกันราคายางพาราขั้นต่ำที่กิโลกรัมละ 100 บาท 
 
ด้านนายสมมิตร ศิลป์ประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เดินทางมารับหนังสือจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไปเสนอต่อผู้ว่าพิจารณา แต่ในระหว่างนี้ก็อาจชะลอการเปิดเส้นทางไปก่อน อย่างไรก็ตาม เหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสองฝ่าย สร้างความสับสนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก หลายคนจึงอยากให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน 
 
ส่วนความคืบหน้าในการติดตามผู้ก่อเหตุกราดยิงบ้านชาวบ้านทั้ง 4 หลัง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์อยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพวงจรปิดของผู้ก่อเหตุมาตรวจสอบ โดยคาดว่า ทุกจุดเป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีการวางแผนก่อเหตุมาอย่างดี

    

   


กลับขึ้นด้านบน