"ประชาธิปัตย์" ตั้งเวทีค้านนิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

"ประชาธิปัตย์" ตั้งเวทีค้านนิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

"ประชาธิปัตย์" ตั้งเวทีค้านนิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

รูปข่าว : "ประชาธิปัตย์" ตั้งเวทีค้านนิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

การคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่นำโดยพรรคประชาธิตย์ ได้ย้ายเวทีปราศรัยจากสถานีรถไฟสามเสน ไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่าจุดที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเวทีปราศรัยเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ที่ห้ามการชุมนุม แต่ยังไม่มีคำอธิบายใดๆ

กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่นำโดยพรรคประชาธิตย์ ย้ายเวทีจากสถานีรถไฟสามเสน มาปักหลุกชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และปิดถนนราชดำเนิน 1 ด้าน คือบริเวณแยกป้อมมหากาฬ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ตั้งแต่สนามหลวงสี่แยกคอกวัว ไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รถยังคงเคลื่อนตัวได้ตามปกติ โดยเวทีการชุมนุมถาวรกำลังติดตั้ง แกนนำจึงใช้รถบรรทุกกระจายเสียงเป้นเวทีชั่วคราว หันหน้าจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปทางสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และผู้ชุมนุมชุมนุมอยู่เต็มพื้นที่หน้าเวที 
 
จากการตรวจสอบกับแกนนำที่ควบคุมเวที เชื่อว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่เป็นแกนนำหลักของการชุมนุมครั้งนี้ จะขึ้นเวทีประกาศจุดยืนในการย้ายเวที และประกาศแนวทางการชุมนุมต่อไปในเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนนี้ ซึ่งพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นพื้นที่ที่อยู่ในประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯด้วย แต่ไม่เข้มงวดเหมือนเขตชั้นในอย่างบริเวณทำเนียบรัฐบาล หรือรัฐสภา
 
การย้ายเวทีชุมนุมจากสถานีรถไฟสามเสนมายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เกิดขึ้นในเวลา 15.30 น. หลังนายสุเทพ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์พามวลชนออกเดินทางจากสถานีรถไฟสามเสนตั้งแต่เวลา 10.00 น. มาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการเป่านกหวีดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกับการชุมนุมของกลุ่มนักธุรกิจที่ถนนสีลม ในเวลา 12.34 น. และไปอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ศาลหลักเมือง ก่อนที่จะประกาศคำปฏิญาณคัดค้านกฎหมายฉบับนี้จนถึงที่สุดที่หน้าบริเวณพระบรมมหาราชวัง
 
จากนั้น แกนนำพรรคประชาธิปัตย์หารือกันอย่างเคร่งเครียดที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการตรวจสอบกับแกนนำบางคนระบุว่าแกนนำกังวลกับการนำมวลชนกลับไปที่สถานีรถไฟสามเสน หลังมีกิจกรรมเคลื่อนขบวนเกิดขึ้นแล้ว จึงต้องให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แกนนำจึงตัดสินใจให้ผู้ชุมนุมกลับมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อทำพิธียืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 และจึงตัดสินใจปักหลักชุมนุมที่นี่ต่อไปทันที
 
ส่วนการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ซึ่งมีผู้ชุมนุมมาสมทบจากกองทัพธรรมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จากเวทีสวนลุมพินี เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยที่เคลื่อนขบวนจากถนนสีลม และภาคีเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด ที่มีนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุริยะใส กตะศิลา ทำให้คล้ายเป็นกิจกรรมการรวมตัวกันอีกครั้งของอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 
 
นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาของ คปท.ยืนยันว่าคนเหล่านี้จะยังไม่ใช่แกนนำหลักของเวทีที่อุรุพงษ์ แต่ว่ามาให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่เป็นกลุ่มนิสิตนักศึกษาเท่านั้น โดยยอมรับว่าการปรากฏตัวของอดีตแกนนำพันธมิตรฯหลายคน ทำให้การชุมนุมที่นี่ดูมีความเข้มแข็งมากขึ้น และคืนนี้ เวลา 20.00 น. แกนนำที่อุรุพงษ์จะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง โดยยอมรับว่าน่าจะมีกิจกรรมเคลื่อนขบวนการชุมนุมออกจากเวทีอุรุพงษ์ภายในช่วง 1-2 วันนี้ 
 
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสถานการณ์จราจรของกรุงเทพฯ เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ถนนแจ้งวัฒนะ, สะพานสาทรเหนือ, สาทรใต้, สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, สะพานพระราม 3, อโศก, สุขุมวิท พบว่าการจราจรทุกเส้นทางยังคงเคลื่อนตัวได้ มีความหนาแน่นบางจุด อย่างเช่นที่รัชดาภิเษก ถนนรามอินทรา แต่เส้นทางที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ชุมนุมยังคงเคลื่อนตัวได้ ยังไม่มีปัญหามากนัก


กลับขึ้นด้านบน