ฝ่ายค้านเมียนมาร้องรัฐให้สถานะพลเมืองโรฮิงญา-ออสเตรเลียหนุนผลักดันผู้อพยพพ้นน่านน้ำ

ฝ่ายค้านเมียนมาร้องรัฐให้สถานะพลเมืองโรฮิงญา-ออสเตรเลียหนุนผลักดันผู้อพยพพ้นน่านน้ำ

ฝ่ายค้านเมียนมาร้องรัฐให้สถานะพลเมืองโรฮิงญา-ออสเตรเลียหนุนผลักดันผู้อพยพพ้นน่านน้ำ

รูปข่าว : ฝ่ายค้านเมียนมาร้องรัฐให้สถานะพลเมืองโรฮิงญา-ออสเตรเลียหนุนผลักดันผู้อพยพพ้นน่านน้ำ

ฝ่ายค้านเมียนมาร้องรัฐให้สถานะพลเมืองโรฮิงญา-ออสเตรเลียหนุนผลักดันผู้อพยพพ้นน่านน้ำ ฝ่ายค้านในเมียนมากระตุ้นให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้กับชาวมุสลิมในประเทศได้รับสถานะพลเมืองขณะที่ออสเตรเลียประกาศสนับสนุนประเทศในภูมิภาค ใช้นโยบายผลักดันเรือผู้อพยพโรฮิงญาให้พ้นน่านน้ำ ระบุเป็นวิธีที่ดีที่สุด

วันนี้ (19 พ.ค. 2558) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายยาน วิน โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาใช้หลักสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญา แม้ว่าไม่มีสัญชาติแต่ไม่ควรผลักดันออกสู่ทะเล และชาวโรฮิงญาควรมีโอกาสได้สัญชาติจากรัฐบาลเมียนมา

ทั้งนี้ที่ผ่านมา พรรคเอ็นแอลดี และนางออง ซาน ซู จี ถูกวิพากษ์อย่างมากต่อชะตากรรมผู้อพยพชาวโรฮิงญา เนื่องจากที่ผ่านมาทางพรรคฯ หลีกเลี่ยงไม่ออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ และปัจจุบันมีชาวโรฮิงญาในเมียนมา ประมาณ 1.3 ล้านคน เดือดร้อนจากการไม่ได้รับสัญชาติจากเมียนมา และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่เมียนมา

นายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและป้องกันพรมแดนออสเตรเลีย เผยกับหนังสือพิมพ์ในออสเตรเลียว่า ออสเตรเลียสนับสนุนให้ประเทศในภูมิภาคนี้ใช้วิธีผลักดันเรือผู้อพยพให้พ้นน่านน้ำ ตามแนวทางที่รัฐบาลออสเตรเลียเคยนำมาใช้ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีก่อน

นายดัทตั้ระบุอีกว่า รัฐบาลออสเตรเลียพร้อมช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและด้านต่าง ๆ กับประชาชนในภูมิภาคนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียต้องการให้กลุ่มเครือข่ายค้ามนุษย์ หมดไปจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก เพราะไม่มีใครต้องการเห็นโศกนาฎกรรมกลางทะเล

นายโทนี แอ็บบอต นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียระบุว่า ออสเตรเลียสนับสนุนให้ผลักดันเรือผู้อพยพกลับไป เนื่องจากการหยุดยั้งเรือผู้อพยพเป็นหนทางยุติปัญหาการเสียชีวิตกลางทะเลของผู้อพยพที่ได้ผลที่สุด เห็นได้จากครั้งที่ออสเตรเลีย ใช้นโยบายผลักดันเรือผู้อพยพกลับ ส่งผลให้ในรอบ 18 เดือน มีเรือเพียงลำเดียวมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศออสเตรเลีย จากเดิมที่มีเรือจำนวนมากเดินทางเข้ามา และมีผู้อพยพเสียชีวิตกลางทะเลหลายร้อยคน

ด้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เตรียมเดินทางไปประเทศมาเลเซียในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) เพื่อหารือกับ นายอานิฟาห์ อาเมน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน และรัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย เรื่องการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติที่เมืองปุตราจายา โดยการประชุมระหว่าง 3 ชาติ จะพุ่งเป้าไปที่ประเด็นการค้ามนุษย์ในภูมิภาค ซึ่งมาเลเซียหวังว่าจะหาทางออกของปัญหาได้จากความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นต้นทางของปัญหา ประเทศที่เป็นทางผ่าน และประเทศเป้าหมายปลายทางของผู้อพยพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานต่อว่า รัฐบาลมาเลเซียอาจเรียกสมาชิกอาเซียนประชุมฉุกเฉิน เพื่อเร่งหารือเกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพในเชิงลึก และหวังว่าเมียนมร่วมกันหาทางออก ก่อนที่ปัญหาจะถูกนำเข้าสู่ในระดับนานาชาติหรือในระดับโลก

ขณะที่ รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารของฟิลิปปินส์ระบุว่า ฟิลิปปินส์เตรียมเปิดค่ายผู้อพยพเพื่อรองรับชาวโรฮิงญาจากเมียนมาและบังคลาเทศสูงสุด 3,000 คน เนื่องจากฟิลิปปินส์ได้ลงนามในสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับสถานะของผู้อพยพปี 1951 ขององค์การสหประชาชาติ ดังนั้นฟิลิปปินส์จะช่วยชีวิตผู้อพยพภายใต้กลไกที่มีอยู่ ซึ่งในช่วงปี 1970 ฟิลิปปินส์เคยรับผู้อพยพชาวเวียดนาม ประมาณ 2,700 คน ที่หนีภัยการสู้รบจากสงครามเวียดนามมาแล้ว



กลับขึ้นด้านบน