กต.เร่งแปลคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก

กต.เร่งแปลคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก

กต.เร่งแปลคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก

รูปข่าว : กต.เร่งแปลคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก

กต.เร่งแปลคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลก หลังเสร็จสิ้นการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยสั่งให้เร่งดำเนินการแปลคำตัดสินศาลโลก และให้เป็นภาษาไทยและเป็นทางการโดยเร็วที่สุด

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังมีการอ่านคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารของศาลโลกว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมจัดรีบดำเนินการแปลคำตัดสิน และให้เป็นภาษาไทยและเป็นทางการโดยเร็วที่สุด จากนั้นเตรียมข้อมูลเสนอสู่รัฐสภา เพื่อที่จะให้ ส.ส. และ ส.ว.ได้เข้าใจตรงกัน และจะขอกรอบการเจรจา เพื่อที่จะไปเจรจาในเวทีเจซี หรือคณะกรรมาธิการร่วมทวิภาคีไทย - กัมพูชา เมื่อวานนี้ ได้มีการพูดกับนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาก็พร้อมที่จะเจรจากัน แต่ว่าขั้นตอน กระบวนการภายในของประเทศไทยจะต้องมีขั้นตอนต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามที่ได้ตกลงหารือกับนายฮอร์ นัม ฮง และประกาศร่วมกันที่ปอยเปตว่า เมื่อผลการตัดสินออกมาเป็นอย่างไร เราต้องให้เวลาซึ่งกันและกัน 
 
วันนี้ ก็รู้สึกดีใจแทนคนไทยที่อยู่บริเวณชายแดนว่าสบายใจได้ โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ เตรียมชี้แจงเพิ่มเติม โดยขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจ ข้าราชการทุกคนที่ร่วมกันทำงานในทีมทนาย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ทางทหาร ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันจนถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่นำเสนอข้อมูลให้คนไทยได้เข้าใจในเนื้อหาสาระ และเข้าใจจ้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน
 
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สำหรับกำลังทหารที่ดูแลอยู่ในชายแดนระหว่างไทย - กัมพูชา ในพื้นที่กองกำลังสุรนารี ขอยืนยันว่ายังอยู่ในที่เดิม ยังอยู่ในที่ตั้งตามแนวชายแดนอย่างมั่นคงตลอดเวลาจนกว่าผลของการเจรจาระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลจะออกมาในแนวไหน แต่อย่างไรก็ตาม ได้ตกลงกันว่าแล้วว่ากำลังทหารที่อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น เพราะว่าทางกัมพูชาส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาไปร่วมฟังคำตัดสินของศาลด้วย ซึ่งเมื่อเช้าวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาได้ติดต่อขอพบตนเองเพื่อพูดคุยกันก่อน 
 
ทั้งนี้ มีการตกลงกันว่าขอให้อย่ามีการปะทะ ขอให้ประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายได้ดำเนินชีวิตเหมือนเดิมตลอดเวลา และหลังจากศาลตัดสินแล้ว ก็เป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย ในรายละเอียดต่างๆ ที่ยังไม่แน่นอน ในการพิจารณาอย่างเช่น การใช้มาตราต่างๆ รวมทั้งการใช้สันปันน้ำต่างๆ จะต้องมีการประชุมของเจซี ส่วนทหารก็จะดูแลเหมือนเดิมตลอดเวลา โดยได้มีการติดต่อกันตลอดเวลา เมื่อวานนี้ ภายใน 2 ชั่วโมงนั้นได้โทรศัพท์คุยกันทุกครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ทุกอย่างเหมือนกัน และได้มีการพูดจาออกมาทั้ง 2 ฝ่ายในทางเดียวกันด้วย เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่มีความร่วมมือทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งทางพลเรือน ทหาร และรัฐบาลด้วย
 
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ให้ทีมทนายสรุปประเด็นต่างๆ ที่เมื่อวานนี้ ศาลโลกได้ตัดสินออกมา โดยเฉพาะอลิน่า มิรอง ที่ดูแลแผนที่ด้วย กับเจ้ากรมแผนที่ที่ตามคณะไปก็ดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าตอนที่ศาลตัดสินไม่ได้เอาแผนที่ขึ้นมากาง ศาลใช้คำบรรยาย ซึ่งในรายละเอียดจะต้องศึกษากันให้ละเอียดรอบคอบ และโดยเฉพาะศาลได้พูดชัดเจนว่าไทยกับกัมพูชาจะต้องคุยกันอย่างจริงใจ และเรื่องมรดกโลกก็ได้พูดกันว่าทางศาลก็ได้อยู่ในคำตัดสินว่าจะดูแลการบริหารกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะต้องเตรียมให้รอบคอบ และผ่านความเห็นของรัฐสภา ชี้แจงรายละเอียดกันให้ชัดเจน เพราะว่ารัฐบาลไม่ต้องการที่จะให้เกิดข้อกังขา ไม่อยากจะให้มองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือซ้อนเร้น คิดว่าสื่อมวลชนช่วยกันนำเสนอประเด็นต่างๆ และถ้ามีข้อสงสัยที่อยากจะให้กระทรวงการต่างประเทศ หรือส่วนราชการชี้แจง ก็พร้อมชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันก่อน
 
จากนั้น ทีมที่จะไปคุยเจซี ซึ่งตนเองนำคณะไปก็จะได้สะดวกใจที่จะพูดคุยในประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจน คิดว่าวันนี้ถ้าสังคมไทยเดินไปในลักษณะที่มีข้อมูลชัดเจน และสร้างความเข้าใจกัน ประเทศชาติเดินไปได้  และความสัมพันธ์ของไทย กับกัมพูชาต้องรักษาไว้ เพราะไทย กับกัมพูชาต้องอยู่ร่วมกันตลอดไป และวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้คนไทย และกัมพูชามีความสุขแล้ว และจะต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ ถ้าสื่อมวลชนมีข้อสงสัยอะไร กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะนำเสนอ และนำข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งจะมีการประสานข้อมูลกับกัมพูชาตลอดเวลา เพื่อให้ข้อมูลทั้ง 2 ฝั่งมีความถูกต้อง และตรงกัน
 
ส่วนที่สื่อกัมพูชารายงานว่าวันนี้มีการประชุมระหว่างกองทัพไทย และกัมพูชาที่เขาพระวิหาร โดยเมื่อวันก่อน มีการประชุมที่แม่ทัพภาคที่ 2 ไปร่วมกับแม่ทัพภาคที่ 4 ตามที่นายกรัฐมนตรีคุยกับผู้บัญชาการทหารบก และมีการนัดแนะกัน ซึ่ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้แถลงที่กรุงเฮก เพราะว่าเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการเจอกันครั้งแรกที่แม่ทัพภาคได้พูดคุยกัน ซึ่งมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และเชื่อว่ามีการประสานกันอย่างใกล้ชิด
 
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ทีมงานกำลังรีบแปลคำตัดสินศาลโลกให้เป็นทางการ ให้ถูกต้องที่สุด คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จเร็วๆ นี้ กรมสารนิเทศเร่งดำเนินการ และมีการตรวจ เพราะว่ามีทีมงานที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ทีมงานที่จะมีการแปลคำตัดสิน และมีการตรวจสอบให้ชัดเจน โดยจะนำขึ้นเว็บไซต์ด้วย
 


กลับขึ้นด้านบน