แกนนำชุมนุมราชดำเนิน ยืนยันเป้าหมายที่การค้ดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

แกนนำชุมนุมราชดำเนิน ยืนยันเป้าหมายที่การค้ดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

แกนนำชุมนุมราชดำเนิน ยืนยันเป้าหมายที่การค้ดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

รูปข่าว : แกนนำชุมนุมราชดำเนิน ยืนยันเป้าหมายที่การค้ดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

แกนนำชุมนุมราชดำเนิน ยืนยันเป้าหมายที่การค้ดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แกนนำการชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ถนนราชดำเนิน ยังคงยืนยันว่าการชุมนุมในวันนี้ (12 พ.ย.) มีเป้าหมายอยู่ที่การคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ด้วยแนวทางอารยะขัดขืน ไม่มีการยกระดับไปที่เป้าหมายอื่น

การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินตลอดทั้งวัน เป็นการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วม และประชาชนที่มาร่วมชุมนุม โดยยังไม่มีท่าทีเพิ่มเติมของแกนนำ เพราะรอการนัดหมายในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.) ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศแนวทางในการกดดันรัฐบาล 4 แนวทาง โดยแนวทางที่จะเห็นเป็นรูปธรรมทันทีในวันพรุ่งนี้คือการขอให้ประชาชนที่สังกัดทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนนัดหยุดงานพร้อมกันในวันที่ 13-15 พฤศจิกายน ส่วนแนวทางที่เหลือคือการเรียกร้องให้ชะลอการชำระภาษี การเรียกร้องให้ประดับธงชาติตามบ้านเรือน และเรียกร้องให้เป่านกหวีดเมื่อพบบุคคลในทุกระดับของรัฐบาล โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกแนวทางทั้งหมดว่าอารยะขัดขืน

ทางด้านนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษกการชุมนุมและ 1 ใน 9 ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกจาก ส.ส.ก็ชี้แจงว่า การที่นายสุเทพ ประกาศไปเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) เป็นการขอความร่วมมือประชาชนที่เห็นด้วยกับการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยย้ำว่าการชุมนุมจะมีการกดดันรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นหรือไม่เป็นไปตามการประเมินในแต่ละวันของแกนนำ ซึ่งขณะนี้จะกดดันได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ชุมนุมในช่วงการประกาศนัดหยุดงานว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด พร้อมยืนยันว่าเป้าหมายของการชุมนุมยังอยู่ที่การคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม แม้ว่าขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกยับยั้งไปอีกอย่างน้อย 180 วัน หลังวุฒิสภาไม่รับหลักการกฎหมายแล้วก็ตาม

ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 8 คนที่ประกาศลาออกมานำการชุมนุมเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 พ.ย.) เข้าสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ที่หน้าอาคารรัฐสภา ก่อนจะเข้ายื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกัน ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายสุเทพ บอกว่าเป็นแนวทางที่ต้องการสื่อสารว่าการชุมนุมต่อจากนี้ไปจะไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และพร้อมจะต่อส้คดีและยืนยันว่าจะทำให้การชุมนุมอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยมั่นใจว่าจะสามารถกดดันรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มผู้ก่อการปฏิวัติ ซึ่งนำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, ร.ต.แซมดิน เลิศบุตร, พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เคลื่อนขบวนจากสะพานผ่านฟ้าลีลาส ผ่านเวทีการชุมนุมที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายฎีกาทูลเกล้า ทูลกระหม่อม ขอให้จัดตั้งสภาประชาชนเพราะไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาล โดยอ้างว่าได้วางโครงสร้างของสภาประชาชนไว้แล้ว ว่าจะรวบรวมบุคคลจากหลากหลายสาขาวิชาชีพมาเป็นสภาประชาชน แต่ก็จะไม่ดึงดันหากไม่ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตามคำถวายฎีกา ขณะที่ทางเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยังไม่มีท่าทีตอบรับ หรือปฏิเสธกับแนวทางนี้

ด้านตำรวจมีความเคลื่อนไหวโดย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกลาวว่าจะดำเนินคดีกับ นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายอุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท.ในข้อหา ละเมิดพระราชบัญญัติความมั่นคง และทราบว่ามีประชาชนเข้ามาแจ้งความของให้เอาผิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เชิญชวนให้ประชาชนนัดหยุดงานและชะลอการเสียภาษี ในข้อหาทำให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน


กลับขึ้นด้านบน