จับตาท่าทีหลายองค์กร "หยุดงาน" หนุนแนวทางอารยะขัดขืน

จับตาท่าทีหลายองค์กร "หยุดงาน" หนุนแนวทางอารยะขัดขืน

จับตาท่าทีหลายองค์กร "หยุดงาน" หนุนแนวทางอารยะขัดขืน

รูปข่าว : จับตาท่าทีหลายองค์กร "หยุดงาน" หนุนแนวทางอารยะขัดขืน

จับตาท่าทีหลายองค์กร วันนี้ (13 พ.ย.) จะต้องจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่จะแสดงออกทางสัญลักษณ์ตามช่องทางที่สามารถทำได้ในหลายรูปแบบ ซึ่งหลายองค์กรได้ประกาศตัวเพื่อสนับสนุนแนวทางอารยะขัดขืน

มติที่ประชุมสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เบื้องต้น สหภาพแรงงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จะเรียกประชุมสมาชิกสหภาพทั้งหมดในวันนี้ เพื่อกำหนดท่าทีว่าจะร่วมหยุดงานประท้วงรัฐบาลหรือไม่ แต่ยืนยันว่า หากจะหยุดงาน 3 วัน ก็จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน และผู้ใช้บริการแน่นอน

 
ส่วนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน มีมติให้สิทธิ์พนักงานแต่ละบุคคลตัดสินใจอย่างอิสระว่าจะหยุดงาน 3 วันระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย.นี้ หรือไม่ หากพนักงานมองว่า การหยุดงานจะทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติก็สามารถทำได้ เบื้องต้น คาดว่าจะเห็นการหยุดงานของพนักงานบางส่วนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    

 
ขณะที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง ประกาศมาตรการฉุกเฉินในกรณีที่มีการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยจะดำเนินการการตัดไฟฟ้าสถานที่ราชการที่ค้างค่าไฟฟ้า ซึ่งกรณีนี้ นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ กฟน. จัดเจ้าหน้าที่ดูแลสถานีจ่ายไฟทุกแห่ง อย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชม. ซึ่งเชื่อว่า ไม่สามารถเข้าไปตัดไฟในสถานีหลักได้ แต่หากมีการตัดไฟตามหม้อแปลง กฟน. ก็เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ซ่อมแซมแล้ว ซึ่งอาจจะเกิดไฟดับในช่วงเวลาสั้นๆ ตามจุดที่มีการตัดเท่านั้น
 
นอกจากนั้น ยังมีการเตรียมเครื่องปั่นไฟสำรองไว้รับมือแล้ว โดยหากมีการตัดไฟทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยได้จริง ก็สามารถใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟสำรองได้ เพราะมีกำลังไฟเพียงพอกับการใช้งานตามปรกติของทั้งสองแห่ง แต่ขอเตือนว่า หากมีการลงมือตัดไฟ หรือสร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์ไฟฟ้า ถือว่าเป็นการทำลายของหลวง เป็นการกระทำผิดร้ายแรง ซึ่งจะมอบหมายให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่ง และทางอาญา พร้อมขออำนาจศาลออกหมายจับทันที


กลับขึ้นด้านบน