ทหารไทย-กัมพูชา ยังไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ในพื้นที่เขาพระวิหาร

ทหารไทย-กัมพูชา ยังไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ในพื้นที่เขาพระวิหาร

ทหารไทย-กัมพูชา ยังไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ในพื้นที่เขาพระวิหาร

รูปข่าว : ทหารไทย-กัมพูชา ยังไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ในพื้นที่เขาพระวิหาร

ทหารไทย-กัมพูชา ยังไม่เคลื่อนย้ายกำลัง ในพื้นที่เขาพระวิหาร ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เขาพระวิหาร ยืนยันว่า การวางกำลังของทหารไทยและกัมพูชาบนเขาพระวิหาร ยังไม่มีการเคลื่อนกำลังพล โดยทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังอยู่ในที่ตั้ง ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยังไม่สามารถเปิดการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องรอประเมินสถานการณ์

 วันนี้ (13 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงาน สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา หลังศาลโลกตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ว่า  เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ หลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร จึงทำให้ในขณะนี้จึงยังไม่สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าในพื้นที่บริเวณผามออีแดงได้ ซึ่งได้มีนักท่องเที่ยวทยอยเข้าติดต่อสอบถามเพื่อขอเข้าพื้นที่บ้างแล้ว

 
ขณะที่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ระบุว่า อุทยานฯได้ปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.เป็นต้นมา เพื่อติดตามสถานการณ์และอำนวยความสะดวกให้กับตำรวจและทหาร ที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งภายหลังคำตัดสินในคดีดังกล่าวออกมาคาดว่า สถานการณ์จะคลายความตึงเครียดไปได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงเพื่อเปิดให้ท่องเที่ยวอีกครั้งตามปกติ
 
นักท่องเที่ยว ระบุว่า หลังทราบข่าวการตัดสินของศาลโลก ซึ่งทางการไทย-กัมพูชา แถลงพอใจกับคำตัดสินดังกล่าว จึงคาดว่า จะไม่มีสถานการณ์รุนแรงจึงตัดสินใจเข้ามาในพื้นที่เพื่อท่องเที่ยวบริเวณผามออีแดง
   
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ใน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ  เร่งเก็บเกี่ยวข้าว หลังจากต้องหยุดในช่วงที่ศาลโลกมีคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร รวมถึงกับมีกระแสข่าวลือว่า  ทหารกัมพูชาเตรียมผลักดันทหารไทยออกจากพื้นที่ภูมะเขือ จึงจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ (13 พ.ย.)
 
ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ยืนยันว่า ทหารไทยและกัมพูชา ในพื้นที่ตามแนวชายแดนเขาพระวิหารไม่มีการเคลื่อนกำลัง ตามกระสแข่าว โดยทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังอยู่ในที่ตั้ง โดยแนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ และทหารทั้ง 2 ฝ่ายยังมีการสานความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านได้ยกเลิกการตั้งด่านตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ปราสาทพระวิหาร โดยมีเพียงด่านบริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหารซึ่งมีทหารและตำรวจตระเวนชายแดนรักษาความปลอดภัยและไม่อนุญาติให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่
 
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ย.) ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา จะพบปะหารือที่บริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศด้วย 


กลับขึ้นด้านบน