แกนนำเวทีชุมนุม"ราชดำเนิน"ยันใช้มาตราการ"อารยะขัดขืน"ต่อ

แกนนำเวทีชุมนุม"ราชดำเนิน"ยันใช้มาตราการ"อารยะขัดขืน"ต่อ

แกนนำเวทีชุมนุม"ราชดำเนิน"ยันใช้มาตราการ"อารยะขัดขืน"ต่อ

รูปข่าว : แกนนำเวทีชุมนุม"ราชดำเนิน"ยันใช้มาตราการ"อารยะขัดขืน"ต่อ

แกนนำเวทีชุมนุม แกนนำการชุมนุมเวทีราชดำเนินยังยืนยันใช้มาตรการที่ผู้ชุมนุมเรียกว่า อารยะขัดขืนต่อไป โดยจะขอประเมินความสำเร็จในช่วงสุดสัปดาห์นี้

มวลชนกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เคลื่อนขบวนจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ไปถนนสีลม เพื่อไปรณรงค์ชักชวนประชาชนย่านสีลมให้คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไปแล้ว โดยมีเนื้อหาต่างไปจากเดิมจะทำให้มีการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศบางอย่างไม่ต้องผ่านการถูกนำเข้าพิจารณาร่วมกันในสภาฯ แต่ใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรีตัดสินในลงนามได้เลย ซึ่งกลุ่มคปท.มองว่าอาจจะทำให้เกิดความเสียหายจากการลดทอนอำนาจการตรวจสอบของสภาฯให้น้อยลง จึงคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ก่อนที่จะนำเข้าทูลเกล้าทูลกระหม่อม


 
โดยกลุ่มคปท.ได้เดินจากสะพานมัฆวานรังสรรค์ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ผ่านถนนหลานหลวง เข้าสู่ถนนพิษณุโลกถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เลี้ยวเข้าถนนราชเทวี ผ่านจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และออกไปที่ถนนพระรามที่ 4 ไปที่แยกศาลาแดง เข้าถนนสีลม เพื่อรณรงค์กับชาวลีลม ซึ่งก่อนหน้านี้เครือข่ายนักธุรกิจประชาคมชาวสีลมก็เพิ่งจะมีมติยุติการเคลื่อนไหวคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมไปก่อนแล้ว หลังจากที่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมถูกยับยั้งไปอีกอย่างน้อย 180 วัน เพราะวุฒิสภามีมติไม่รับหลักการ แต่กลุ่มคปท.มาที่สีลมวันนี้ (14 พ.ย.) ก็เปลี่ยนประเด็นการเคลื่อนไหวไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ตามยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศ ซึ่งขณะนี้รายงานล่าสุดแจ้งว่าไปถึงถนนสีลมแล้ว

ส่วนการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ใช้มาตรากรที่แกนนำเรียกว่า อารยะขัดขืน ซึ่งในวันนี้แกนนำยังต้องประเมินความสำเร็จของมาตรการนี้ต่อไป เพราะดูเหมือนจะยังไม่ได้รับการตอบรับจากภาคธุรกิจ เอกชนมากนัก แต่แกนนำยังยืนยันว่าพอใจกับจำนวนผู้ชุมนุม ในช่วงเย็นถึงค่ำของเมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) เนื่องจากอยู่ในช่วงกลางสัปดาห์ และเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) ที่เป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์นัดหยุดงาน จะมีผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นและจะมีมวลชนจากต่างจังหวัดมาสมทบเพิ่มมากขึ้นด้วย ก่อนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะประกาศมาตรการกดดันรัฐบาลเพิ่มเติมต่อไปในคืนวันพรุ่งนี้

ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำที่ลาออกจากการเป็นส.ส. ก็ระบุเบื้องต้นว่า มาตรการอารยะขัดขืนโดยการนัดหยุดงานตามข้อเรียกร้องจะจบลงในวันพรุ่งนี้สำหรับภาคเอกชน แต่อาจจะมีแนวทางรณรงค์ที่สำคัญต่อไป โดยใช้แนวทางอารยะขัดขืนกับหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะมาตรการที่ใช้กดดันกับหน่วยงานรัฐ ที่จะไม่กระทบกับความเดือดร้อนทั่วไปของประชาชน


กลับขึ้นด้านบน