เปิด 3 ญัตติ ฝ่ายค้านยื่น "อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

เปิด 3 ญัตติ ฝ่ายค้านยื่น "อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

เปิด 3 ญัตติ ฝ่ายค้านยื่น "อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

รูปข่าว : เปิด 3 ญัตติ ฝ่ายค้านยื่น "อภิปรายไม่ไว้วางใจ"

เปิด 3 ญัตติ ฝ่ายค้านยื่น คาดการณ์ว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจน่าจะมุ่งไปที่ข้อบกพร่องของรัฐบาล และการเชื่อมโยงประเด็นในสภาฯกับนอกสภาฯ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรเลื่อนการรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกไปในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน เนื่องจากพบว่าญัตติที่ฝ่ายค้านยื่น ไม่มีเอกสารรายละเอียดการยื่นถอดถอนแนบท้ายมาด้วย

อุณหภูมิการเมืองในเวลานี้ร้อนแรงยิ่งขึ้นทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระ และกองทัพต่างก็ถูกจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์หน้า สถานการณ์การเมืองยังเข้มข้นทั้งวาระของศาลรัฐธรรมนูญ และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สำหรับข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่พ้นเรื่องใหญ่ 3 เรื่องหลัก กับอีก 1 วาระ เรื่องแรกการเปิดโปงปมทุจริตการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่มีจุดบกพร่อง และทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบงบประมาณของประเทศอย่างมหาศาล

เรื่องที่ 2 เป็นโครงการที่รัฐบาลแจ้งว่าเป็นเรื่องด่วนตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจน และพบจุดบกพร่องคือการใช้งบประมาณลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท, เรื่องที่ 3 เป็นปมใหญ่ ที่สาวไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 คือกรณีพิพาทพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ซึ่งอาจลากโยงประเด็นจากนอกสภาเข้าสู่สภาฯ

ส่วนวาระแทรกซ้อนอีก 1 วาระ ที่ฝ่ายค้านจะจัดให้เป็นประเด็นใหญ่อีกรอบ คือการรื้อฟื้นคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อาจได้จากการค้าง - คากฎหมายนิรโทษกรรมไว้ในสภาผู้แทนราษฎรอีก 180 วัน เพื่อลุ้นการโหวตผ่านในวาระต่อไป โดยมีเป้าหมายที่จะตอกย้ำความไม่ไว้วางใจของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมนอกสภา เข้ามาเชื่อมกับประเด็นในสภาฯ

โดยจะหยิบข้อมูลในคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส.เคยตัดสินไว้ ขึ้นมาอภิปรายใหม่ 13 คดี เช่น คดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว 6 คดี คือคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก, คดีเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,คดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น, คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้ายพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน, คดีร่ำรวยผิดปกติ รวมทรัพย์สิน 76,621 ล้านบาท และคดีทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง มูลค่า 6,800 ล้านบาท

มีคดีที่อยู่ในชั้นศาล 3 คดี คือ 1. คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ 2. คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยให้กับรัฐบาลพม่า 3. คดีทุจริตออกพระราชกำหนดแปลงค่าภาษีสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจบริษัท ชินคอร์ป

คดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน โดย ป.ป.ช.หรืออัยการสูงสุด จำนวน 4 คดี คือคดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร คดีจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 และระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในสนามบินสุวรรณภูมิ คดีทุจริตท่อร้อยสายไฟฟ้าในสนามบินสุวรรณภูมิ

แน่นอนที่สุดว่าเสียงข้างน้อยไม่สามารถล้มรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์คาดหวังส่งพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงนอกสภาในจังหวะต่อไปด้วย


กลับขึ้นด้านบน