ชิงตำแหน่งผู้ว่า กกท.คึกคัก มีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน

ชิงตำแหน่งผู้ว่า กกท.คึกคัก มีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน

ชิงตำแหน่งผู้ว่า กกท.คึกคัก มีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน

รูปข่าว : ชิงตำแหน่งผู้ว่า กกท.คึกคัก มีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน

ชิงตำแหน่งผู้ว่า กกท.คึกคัก มีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน การเปิดรับสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยรอบแรกมีปัญหา เนื่องจากนายชาญวิทย์ ผลชีวิน ไม่ผ่านคุณสมบัติ จึงมีการเปิดรับสมัครในรอบที่ 2 และมีผู้ส่งใบสมัครเข้ารับการสรรหาถึง 5 คน ซึ่งมีทั้งตัวเต็งจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้มีความรู้ความสามารถจากหน่วยงานเอกชน รวมถึงผู้ที่มีปัญหาขัดแย้งกับกกท.มาหลายปี ทำให้บรรยากาศการแข่งขันส่อเค้าเข้มข้น และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกกท.

ล่าสุดมีผู้ยื่นใบสมัคร 5 คน โดยมีรองผู้ว่ากกท. 3 คน ได้แก่นายมนตรี ไชยพันธุ์ ผู้ที่ลงสมัครมาแล้วในครั้งแรก นายสกล วรรณพงษ์ และนายสังเวียน บุญโต โดยทั้ง 3 คนถือว่าเป็นตัวเต็งตามสายการบริหาร

 
นอกจากนั้น ดร.ปรางทิพย์ ยุวานนท์ ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ธุรกิจการกีฬาและบันเทิงจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ตัดสินใจลงสมัคร ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ลงสมัครในตำแหน่งนี้ เช่นเดียวกับนายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ รักษาการนายกสมาคมยิงปืนที่มีปัญหาขัดแย้งกับกกท.มาหลายปีถึงขั้นฟ้องศาลกันมาแล้ว
                 
หลายสมัยที่ผ่านมาในระบบการสรรหามักจะได้บุคลากรที่อยู่ในแวดวงกกท.หรือจากกรมพลศึกษาเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นสายการเติบโตในการทำงานในระบบข้าราชการ แต่การลงสมัครของ ดร.ปรางทิพย์สร้างความน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะมาจากหน่วยงานเอกชนและเป็นนักวิชาการที่ศึกษาด้านกีฬามากว่า 10 ปี นับเป็นบุคคลที่ปิดทองหลังพระในวงการกีฬามาตลอดเช่นกัน
 
โดยเป็นที่ปรึกษาของหลายสมาคมกีฬา รวมทั้งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมตะกร้อแห่งประเสไทย และเป็นอนุกรรมาธิการกฎหมายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ด้านกีฬาในคณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้มีการออก พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ
 
การตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้เนื่องจากเชื่อมั่นในฝีมือการเป็นนักบริหารและมีประสบการณ์ด้านกีฬาพอสมควร ต้องการให้กกท.พัฒนาให้ทันกับโลก โดยเฉพาะเว็บไซต์ของกกท.ที่ต้องตอบสนองผู้เข้าชมได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังประกาศว่านโยบายพาฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกนั้นเป็นไปได้แน่นอนหากมองในกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
                 
จุดบอดของวงการไทยเวลานี้คือไม่สามารถเชื่อมการทำงานและความคิดของผู้ใหญ่เข้ากับคนรุ่นใหม่เพื่อเป็นแรงในการพัฒนาวงการกีฬาได้ และยังมีนโยบายหลายด้านที่อาจจะต้องปรับให้สอดคล้องกับการส่งเสริมนักกีฬา เช่นการปลักดันให้จัดสรรกองทุนพัฒนากีฬาชาติเพื่อส่งเสริมการแข่งขันและฝึกซ้อมให้นักกีฬา แทนที่จะอุดหนุนเป็นรางวัลหลังจากประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียว
 
ขณะที่นายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ รักษาการนายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ที่เชื่อมั่นว่า ไม่มีปัญหาด้านคุณสมบัติเพราะดำรงตำแหน่งประธานบริษัทมามากกว่า 8 ปี และมีทุนในการจดทะเบียนในหลักพันล้านบาท เผยว่า สาเหตุที่ลงมาสมัครชิงชัยตำแหน่งผู้ว่ากกท. เพราะเบื่อหน่ายในวงการกีฬาไทยที่ไม่มีการพัฒนา โดยเฉพาะกกท.ที่เป็นองค์กร กีฬาใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่กลับทำงานได้ไม่เต็มหน้าที่ ส่วนในภาพใหญ่จะปรับวิสัยทัศน์ที่ต้องมองให้ถึงความเป็นเลิศระดับโลกซึ่งไทยมีศักยภาพหลาย ๆ ด้านที่จะทำได้
 
ในขั้นตอนสรรหาจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ซึ่งต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลายมาก่อน จากนั้นจึงจะมีการสอบสัมภาษณ์โดยเน้นภาษาอังกฤษ และแสดงวิสัยทัศน์ในเดือน ธ.ค. จากนั้นคณะกรรมการจะคัดเลือกผู้ผ่านการสรรหาเสนอให้บอร์ด กกท.พิจารณาอีกครั้ง


กลับขึ้นด้านบน