ความช่วยเหลือจากไทยส่งถึงฟิลิปปินส์แล้ว

ความช่วยเหลือจากไทยส่งถึงฟิลิปปินส์แล้ว

ความช่วยเหลือจากไทยส่งถึงฟิลิปปินส์แล้ว

รูปข่าว : ความช่วยเหลือจากไทยส่งถึงฟิลิปปินส์แล้ว

ความช่วยเหลือจากไทยส่งถึงฟิลิปปินส์แล้ว เครื่องบินของกองทัพอากาศที่นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้กับผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนในฟิลิปปินส์ เดินทางถึง"เมืองทาโคลบัน"แล้ว ซึ่งเมืองดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดแล้ว ประชาชนขาดแคลนทั้งอาหารน้ำดื่มที่พัก รวมทั้งระบบไฟฟ้ายังใช้การไม่ได้ และยังมีการปล้นสดมภ์ทุกคืน

เครื่องบินซี 130 ของกองทัพอากาศ 2 ลำ ออกเดินทางจากสนามบินกองบิน 6 ของกองทัพอากาศเมื่อช่วงเช้า เพื่อนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ถุงพระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร 1,000 ชุด ถุงยังชีพจากมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ ยามยาก 1,000 ชุด และอาหารพร้อมรับประทาน เสื้อผ้า และยารักษาโรคจากรัฐบาลไทย ไปมอบให้กับผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนในฟิลิปปินส์ โดยมีรายงานว่าเครื่องบินเดินทางถึงเมืองทาโคลบัน ประเทศฟิลิปปินส์แล้วเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (19 พ.ย.)

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า นอกจากความช่วยเหลือชุดแรกแล้ว รัฐบาลไทยยังได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 6 ล้านบาท ผ่านเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังเตรียมส่งเรือของกองทัพเรือพร้อมทีมแพทย์ และหน่วยกู้ภัยไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย แต่ทางการฟิลิปปินส์แจ้งว่า ขณะนี้มีทีมช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ที่ประสบภัยจำนวนมาก จึงขอให้ชะลอการส่งคณะแพทย์ออกไปก่อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังวิพากษ์วิจารณ์ศูนย์ประสานงานสำหรับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมการจัดการภัยพิบัติ หรือ AHA Center ซึ่งมีสำนักงานที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่าไม่ประทับใจการทำงานของอาฮ่า เซ็นเตอร์ และเห็นว่า ควรมีทีมงานเฉพาะที่ให้ความช่วยเหลือในกรอบอาเซียน และควรรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ ไม่เช่นนั้นการซ้อมรบ และการซ้อมรับมือภัยพิบัติในหมู่สมาชิกอาเซียนก็จะไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะจะเห็นได้ว่า เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติในฟิลิปปินส์ มีแต่กองเรือของสหรัฐฯ ที่เดินทางไปถึงที่ประสบภัยก่อน แต่ยังไม่มีกองเรือจากสมาชิกอาเซียนเข้าไปช่วยเหลือเลย แม้ทางการฟิลิปปินส์จะขอชะลอการส่งทีมกู้ภัยไปแล้ว แต่ว่าก่อนหน้านี้ทีมอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญู ก็ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุเพื่อเป็นตัวแทนประเมินสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือร่วมกับทีมอาสาสมัครจากประเทศเยอรมนี

ซึ่งนายนพดล สีทองคำ รองหัวหน้าแผนกกู้ภัยมูลนิธิดังกล่าวที่เดินทางไปในครั้งนี้ บอกว่า สภาพเมืองทาโคลบันนั้นเสียหายอย่างหนัก ประชาชนขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม ที่พัก และยังต้องทนกับกลิ่นซากศพ อีกทั้งระบบไฟฟ้าที่ยังไม่สามารถใช้การได้ และยังมีการปล้นสดมภ์ทุกคืน


กลับขึ้นด้านบน