มูลนิธิร่วมกตัญญูลงพื้นที่ช่วย "ฟิลิปปินส์" เผยยังขาดแคลนน้ำ-อาหาร

มูลนิธิร่วมกตัญญูลงพื้นที่ช่วย "ฟิลิปปินส์" เผยยังขาดแคลนน้ำ-อาหาร

มูลนิธิร่วมกตัญญูลงพื้นที่ช่วย "ฟิลิปปินส์" เผยยังขาดแคลนน้ำ-อาหาร

รูปข่าว : มูลนิธิร่วมกตัญญูลงพื้นที่ช่วย "ฟิลิปปินส์" เผยยังขาดแคลนน้ำ-อาหาร

มูลนิธิร่วมกตัญญูลงพื้นที่ช่วย รองหัวหน้าแผนกกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู เผยสถานการณ์, ความช่วยเหลือ และความเสียหายของเมืองทาโคลบัน ประเทศฟิลิปปินส์ หลังถูกพายุไห่เยี่ยนพัดถล่ม ระบุ ผู้ประสบภัยยังต้องการน้ำ-อาหาร

วันนี้ (22 พ.ย.) นายนพดล สีทองคำ รองหัวหน้าแผนกกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู หนึ่งในผู้ที่เดินทางไปเมืองทาโคลบัน ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่ม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ถึงสถานการณ์ และภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ต้องไปขึ้นเครื่องบินที่เซบู เนื่องจากเป็นศูนย์กลางรับสิ่งของ และกระจายความช่วยเหลือ เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่พบ คือ สนามบินเสียหายอย่างมาก และมีกลิ่นเหม็นของศพต่าง ๆ ทั้งคน และสัตว์  


ขณะที่การเดินทางเพื่อเข้าสู่เมืองทาโคลบัน เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสามารถเดินทางได้ทางเรือ และเครื่องบินเท่านั้น ซึ่งนายนพดลทำงานกับแพทย์มาเลย์เซีย และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ความต้องการของคนในพื้นที่ เมื่อผ่านเหตุการณ์มาระยะหนึ่งแล้ว ความช่วยเหลือด้านการแพทย์มีความเพียงพอ แต่ยังขาดแคลนอาหาร และน้ำ รวมถึงเครื่องใช้ต่าง ๆ ตลอดจน การฟื้นฟูในพื้นที่ที่คาดว่าจะใช้เวลานาน

    

 
รองหัวหน้าแผนกกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวอีกว่า การดำเนินการช่วยเหลือฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ สหรัฐฯ และยูเอ็น เป็นหน่วยงานหลักในการกระจายความเหลือออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ โดยยูเอ็นจะทำหน้าที่รับข้อมูลความต้องการที่ต่าง ๆ ขณะที่สหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายควบคุม และจัดส่งความช่วยเหลือออกไป
 
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบความเสียหายระหว่างสึนามิ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเมื่อ 2547 และพายุไต่ฝุ่นไห่เยี่ยนที่ประเทศฟิลิปปินส์ นายนพดลระบุว่า เมืองทาโคลบันนั้น เสียหายทั้งหมด และการเดินทางเข้าช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก รวมถึงระบบการเตือนภัยยังไม่รวดเร็วเท่าที่ควร ขณะที่ประเทศไทยเสียหายเพียงบางพื้นที่ 


กลับขึ้นด้านบน