เครือข่ายองค์กรผู้หญิง แนะแก้กม.คุ้มครองผู้ถูกทำร้ายในครอบครัว

เครือข่ายองค์กรผู้หญิง แนะแก้กม.คุ้มครองผู้ถูกทำร้ายในครอบครัว

เครือข่ายองค์กรผู้หญิง แนะแก้กม.คุ้มครองผู้ถูกทำร้ายในครอบครัว

รูปข่าว : เครือข่ายองค์กรผู้หญิง แนะแก้กม.คุ้มครองผู้ถูกทำร้ายในครอบครัว

เครือข่ายองค์กรผู้หญิง แนะแก้กม.คุ้มครองผู้ถูกทำร้ายในครอบครัว เครือข่ายองค์กรผู้หญิง เสนอให้มีการปรับแก้กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ป้องกันการถูกกระทำความรุนแรงซ้ำ พร้อมเรียกร้องให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง เลือกที่จะเดินออกมาจากปัญหา ก่อนนำไปสู่ความสูญเสียเหมือนกรณีครอบครัวอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย

นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนา ระบุในการเสวนา "หยุดความรุนแรงในครอบครัว : บทเรียนจากกรณีหมอนิ่ม" ว่า สังคมยังพุ่งเป้าไปในด้านของคดีอาชญากรรมมากเกินไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งไม่ถูกตัอง ควรมีการพิจารณาให้ลงถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาภายในครอบครัวที่เกิดขึ้น

 
หากย้อนกลับไปในกรณีอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติที่เคยมีปัญหาด้านความรุนแรงในครอบครัว แต่สังคม และทุกฝ่ายก็พยายามไกล่เกลี่ยทำให้สามี ภรรยาคู่นี้กลับมาคืนดีกัน ทั้งที่ไม่ได้พิจารณาถึงสาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น จึงกลายเป็นระเบิดเวลา นำมาสู่ความสูญเสียในที่สุด
 
นางทิชาบอกด้วยว่า กรณีนี้สะท้อนได้ว่า ผู้หญิงยังคงยึดติด อดทน และเชื่อมั่นในความเป็นครอบครัว โดยเฉพาะลูก ทั้งที่ถูกกระทำความรุนแรง ทำให้หลายคนไม่กล้ายอมรับที่จะออกมาจากปัญหา ส่งผลใหัเกิดการกระทำรุนแรงซ้ำ ดังนั้นจึงต้องปรับทัศนติใหม่ หยุดอ้างว่าทำเพื่อลูก เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้ว ลูกก็จะกลายเป็นผู้รับเคราะห์โดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย
 
ด้านนางสาวนัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการมูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร มองว่า การแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนั้นต้องสร้างค่านิยมใหม่ที่ต้องไม่มองว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ จึงพยายามประคับประคองครอบครัว ทั้งที่ควรเดินออกมาจากความรุนแรงที่ต้องเจอ
 
ขณะเดียวกันกลไกด้านกฎหมายของไทย คือ กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ปี 2550 ยังไม่ถูกบังคับใชัอย่างจริงจัง ยังเน้นการไกล่เกลี่ย โดยไม่มีการสรัางความรุนแรงในครอบครัว และไม่มีหน่วยงานที่เข้ามารับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นจึงถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงกฎหมายให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และหากระบวนการที่ทำให้ความรุนแรงในครอบครัวไม่เกิดขึ้นซ้ำ
 


กลับขึ้นด้านบน