"กิตติรัตน์" แจงปรับลดภาษีช่วยศก.ไทยหมุนเวียน-กระตุ้นต่างชาติลงทุน

"กิตติรัตน์" แจงปรับลดภาษีช่วยศก.ไทยหมุนเวียน-กระตุ้นต่างชาติลงทุน

"กิตติรัตน์" แจงปรับลดภาษีช่วยศก.ไทยหมุนเวียน-กระตุ้นต่างชาติลงทุน

รูปข่าว : "กิตติรัตน์" แจงปรับลดภาษีช่วยศก.ไทยหมุนเวียน-กระตุ้นต่างชาติลงทุน

กระทรวงการคลัง ชี้แจง กรณีรัฐบาลปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ระบุ ช่วยเศรษฐกิจในประเทศให้หมุนเวียน พร้อมทั้งช่วยให้ต่างชาติสนใจลงทุน ขณะที่มั่นใจเศรษฐกิจปี 57 ขยายตัวมากขึ้น หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน และโครงการบริหารจัดการน้ำ

วันนี้ (23 พ.ย.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางเบญจา หลุยเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผ่านรายงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน

 
โดยนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะปรับลดอัตราภาษีลง ซึ่งไม่ได้มีการปรับมานาน 20 ปี ขณะที่ก่อนหน้านี้เริ่มลดภาษีนิติบุคคลมาแล้ว ซึ่งการปรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลง จะทำให้ผู้เสียภาษีในฐานต่ำสุดได้ประโยชน์ เพราะเป็นการช่วยลดภาระทางภาษี แม้ยอมรับว่า จะส่งผลให้รัฐบาลขาดรายได้บางส่วนก็ตาม 
 
แต่ทั้งนี้ การปรับลดจะช่วยให้ประชาชนมีกำลังซื้อของอุปโภคบริโภค ซึ่งก็จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้หมุนเวียน นอกจากนี้ เมื่ออัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลง และมีฐานภาษีที่ดี ยังเป็นการช่วยให้ต่างชาตินั้นสนใจ และหันมาลงทุนภายในประเทศมากยิ่งขั้น ขณะเดียวกัน การปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เคยมีแนวคิดปรับขึ้นเป็น 10% นั้น พบว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% เป็นอัตราที่เหมาะสมกับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนศึกษาการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมด้วย
 
รัฐมนตรีว่าการประทรวงการคลัง ยังกล่าวอีกว่า แม้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2556 ยังไม่มาก แต่ไม่ได้ส่งผลต่อเสียต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีปัญหาคนว่างงานเข้ามาเป็นปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า หากปี 2557 ประเทศไทยดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวมากขึ้นมากกว่านี้ 
 
ด้านรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการคลัง ระบุว่า การปรับลดภาษีเงินได้บุคคลจะทำให้รัฐบาลเสียรายได้ประมาณ 27,000 ล้านบาท แต่จะมีรายได้จากภาษมูลค่าเพิ่มกว่า 10,000 ล้านบาทเข้ามาทดแทน ทั้งนี้ ชี้แจงว่า หากไทยไม่ปรับอัตราภาษีลดลง จะส่งผลต่อการเข้ามาลงทุนในประเทศ รวมถึงการไหลออกของแรงงาน เนื่องจากไทยมีอัตราภาษีสูงสุดในอาเซียน แม้ลดลงมา 35% ก็ยังสูงสุดในอาเซียนเท่ากับประเทศเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังสามาขอปรับลดหย่อนภาษีได้กว่า 10 รายการ รวมแล้วประมาณ 1.5 ล้านบาท 


กลับขึ้นด้านบน