สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤติ

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤติ

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤติ

รูปข่าว : สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤติ

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤติ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทางภาคใต้ ประกอบกับมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ได้พัดขึ้นชายฝั่งบนเกาะต่างๆ ในฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้เรือโดยสาร และเรือประมงของชาวบ้านเกือบ 50 ลำเสียหาย นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องตกค้างอยู่บนเกาะ ขณะที่ชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัวใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลังน้ำที่ไหลแรงพัดสะพานขาด 3 แห่ง

วินาทีที่เกิดดินสไลด์ จนต้นไม้หักโค่นทับสายไฟ ถูกทีมข่าวไทยพีบีเอสบันทึกได้ ขณะเดินทางสำรวจความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่หมู่ 6 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้สะพานเชื่อมเข้าหมู่ 3 หมู่ 6 หมู่ 7 ที่มีบ้านเรือนของชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัวถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงแล้ว เพราะกระแสน้ำที่ไหลแรง

ขณะที่ อ.ท่าศาลา พายุพัดบ้านของชาวบ้านพังกว่า 100 หลัง กองทัพภาคที่ 4 จึงเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมให้ชาวบ้าน ขณะที่บางคนไม่มั่นใจจึงต้องอพยพไปอยู่ในบ้านญาติ เช่นเดียวกับที่ อ.ทุ่งสง น้ำได้ท่วมรางรถไฟหลายจุดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะระหว่างสถานีบ้านนางหลงกับสถานีชะอวด ทำให้รถไฟสายใต้ทุกขบวนต้องงดให้บริการชั่วคราว

ส่วนในตัวเมืองนครศรีธรรมราช น้ำจากเทือกเขาหลวงได้ไหลเข้าท่วมเขตเมืองเกือบทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีประชาชนกว่า 100,000 คนที่ได้รับความเดือดร้อน ทางจังหวัดจึงได้ประกาศให้ 11 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน

ขณะที่ จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลังสวน อ.หลังสวน ต่างช่วยกันขนย้ายผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อหนีน้ำที่ท่วมสูงเกือบ 50 เซนติเมตร ขณะที่ ต.หาดยาย อ.หลังสวน เกิดเหตุดินถล่มทับถนนในหมู่บ้าน ทำให้เสาไฟฟ้า และถนนได้รับความเสียหาย ส่วนคลื่นที่สูงเกือบ 3 เมตร ทำให้เรือโดยสาร และเรือนำเที่ยวจำนวนมากที่จอดลอยลำในท่าเรืออ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เกยหาด-กระแทกเสียหายหลายสิบลำ

เช่นเดียวกับที่ จ.กระบี่ คลื่นสูงกว่า 2 เมตร พัดถล่มชายฝั่ง ที่ท่าเทียบเรืออ่าวน้ำเมา ทำให้เรือหางยาวโดยสารถูกคลื่นซัดล่ม 13 ลำ และยังทำให้เรือโดยสารขนาดใหญ่ บนเกาะพีพีถูกคลื่นซัดจนแตกเสียหายกว่า 20 ลำ นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ติดค้างอยู่ที่เกาะห้อง จำนวน 19 คน ลูกเรือ 3 คน ที่เกาะไผ่ จำนวน 15 คน ส่วนที่ จ.สตูล คลื่นลมที่มีกำลังแรง บนเกาะหลีเป๊ะ พัดขึ้นฝั่งทำให้เรือหางยาวนำเที่ยว 10 ลำต้องจมใต้ทะเล แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
  
ขณะที่พระอุโบสถ และศาลาบำเพ็ญกุศล วัดทุ่งบัว ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ยังจมอยู่ในทะเลโคลน หลังฝนตกที่หนัก ทำให้ดินจากเขาเกาะใหญ่ ที่อยู่บริเวณด้านหลังของวัดสไลด์ลงมา ทำให้พระอุโบสถ และศาลาบำเพ็ญกุศล รวมถึงที่เก็บกระดูกชาวบ้านถูกดินภูเขา และซากต้นไม้ไหลทับเสียหาย

รองเจ้าอาวาสวัดทุ่งบัว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พระสงฆ์ไม่มั่นใจในความปลอดภัย เพราะบนภูเขายังมีร่องรอยเส้นทางดินสไลด์อีกหลายจุด จึงกลัวว่าหากฝนตกลงมาซ้ำอีก อาจจะทำให้ดินภูเขาสไลด์ทับกุฏิพระ และเกิดอันตรายได้ เช่นเดียวกับชาว ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ บ้านหลังหลังเสียหายเพราะดินสไลด์เช่นกัน หลายครอบครัวจึงต้องอพยพไปอาศัยอยู่กับญาติ เพราะไม่มั่นใจ

เหตุดินเขาเกาะใหญ่สไลด์ที่ ต.เกาะใหญ่ เมื่อวานนี้ เกิดขึ้นรวม 8 จุด ใน 4 หมู่บ้าน ทำให้บ้านเรือนประชาชนทรุดตัว 4 หลัง มีวัดได้รับความเสียหาย 2 แห่ง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยจ.สงขลา จึงประกาศเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอีกหลายจุดระวังอันตรายจากดินภูเขาสไลด์ เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก


กลับขึ้นด้านบน