เวทีวิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เวทีวิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เวทีวิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

รูปข่าว : เวทีวิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เวทีวิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เวทีเสวนาวิชาการ วิพากษ์การหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. ขัดมาตรา 68 ที่แม้จะเห็นด้วยต่อการทำหน้าที่ด้วยการยึดหลักนิติธรรมและประชาชน แต่ไม่เห็นด้วยต่อการเป็นศาลการเมือง และมักวินิจฉัยคดีที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย

นักวิชาการด้านกฎหมาย แนวร่วมฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล แสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านเวทีเสวนาวิชาการ วิพากษ์วิจารณ์อำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. ขัดมาตรา 68

 
โดยผู้เข้าร่วมเสวนา มองภาพรวมอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยึดหลักนิติธรรม ที่ต้องยึดโยงอำนาจจากประชาชน และทุกฝ่ายอำนาจจะต้องมีการถ่วงดุลที่เหมาะสม แต่ก็ไม่เห็นด้วยต่ออำนาจของศาลฯ ที่ที่มีลักษณะทางการเมือง ออกคำวินิจฉัยที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
 
ศ.กระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ มองว่า ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจมากกว่าองค์กรอื่น ขณะที่ คณะกรรมการปอ้งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เอง ที่จะดำเนินการชี้มูลความผิดสมาชิกรัฐสภาทั้ง 312 คน ก็ไม่สามารถกำหนดโทษได้ชัดเจน
 
รศ.ยุทธพร อิสรชัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะผูกพันทุกองค์กร แต่ไม่มีอำนาจบังคับที่ชัดเจนเหมือนศาลอื่น ทำให้รัฐสภาประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลได้ ขณะเดียวกัน หาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง 312 คน มีความผิดจริง ก็จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้จะยังมีสมาชิกภาพอยู่ 


กลับขึ้นด้านบน