ตรวจสอบบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวนาง จ.กระบี่

ตรวจสอบบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวนาง จ.กระบี่

ตรวจสอบบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวนาง จ.กระบี่

รูปข่าว : ตรวจสอบบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวนาง จ.กระบี่

ตรวจสอบบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวนาง จ.กระบี่ ตัวแทนกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าระงับโครงการตัดถนน สร้างแนวป้องกันการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ แม้จะมีเอกสารสำคัญที่หลวง ในครอบครอง โดยอ้างว่าตามเอกสารระบุ พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ป่าทางทะเล มีการประโยชน์ร่วมกับชุมชน ทำให้เชื่อได้ว่า เอกสารที่หลวงดังกล่าว ถูกนำมาครอบพื้นที่บนภูเขา ส่วนพื้นที่จริง อาจมีการทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ ขายต่อไปก่อนหน้านี้

นายจีรศักดิ์ ชูความดี ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 5นำกำลังเข้าตรวจยึด โดยอ้างว่า ได้รับร้องเรียน มีการลักลอบตัดต้นไม้ ปรับพื้นที่ทำถนน เป็นระยะทางความยาว กว่า 1 กิโลเมตร บริเวณผืนป่าบนภูเขาควนกินน้ำ เขตอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี หมู่ 3 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ รวมเนื้อที่ 181 ไร่ จากการตรวจสอบ พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต.อ่าวนาง เป็นผู้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ด้วยการสร้างแนวป้องกันการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และแม้จะมีเอกสารสำคัญที่หลวง ในครอบครอง

 
 แต่ตามเอกสารระบุ พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่ป่าทางทะเล มีการประโยชน์ร่วมกับชุมชน ทำให้เชื่อได้ว่า เอกสารที่หลวงดังกล่าว ถูกนำมาครอบพื้นที่บนภูเขา ส่วนพื้นที่จริง อาจมีการทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ ขายต่อไปก่อนหน้านี้
 
นายพันคำ กิตติธรกุล นายกอบต.อ่าวนาง จ.กระบี่  ชี้แจงว่า กระทรวงมหาดไทย ขอขึ้นทะเบียน เอกสารสำคัญที่หลวง กันเขตพื้นที่ ทั้ง 181 ไร่ ไว้ตั้งแต่ปี 2479 ต่อมาในปี 2528 ทางอำเภอ ขอยื่นออกเอกสารสิทธิ์ และกรมที่ดิน พิจารณาอนุมัติให้ กับ ทาง อบต. เมื่อปี 2540 จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนจะผิดแปลงอย่างที่ตั้งข้อสังเกต หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องไปตรวจสอบกับกรมที่ดิน สำหรับ อบต.อ่าวนาง พร้อมยอมรับไม่ว่าที่ดิน ทั้งหมดจะตั้งอยู่ในพิกัดใด

การเข้าตรวจยึดพื้นที่บนเขาควนกินน้ำ ครั้งนี้ ยังสร้างข้อสงสัยให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่อุทยาน ทราบดีว่า อบต.อ่าวนาง เป็นผู้ดำเนินการตัดต้นไม้ แต่เหตุใดกลับส่งเพียงลูกจ้าง เป็นตัวแทนเข้าแจ้งความให้ตำรวจ เป็นฝ่ายหาผู้กระทำผิดเอง ทั้งที่มีผู้นำท้องถิ่น ออกมายอมรับ และเตรียมหาช่องทางยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง 

   


กลับขึ้นด้านบน