หวั่นชุมนุมทางการเมือง กระทบเศรษฐกิจไทย

หวั่นชุมนุมทางการเมือง กระทบเศรษฐกิจไทย

หวั่นชุมนุมทางการเมือง กระทบเศรษฐกิจไทย

รูปข่าว : หวั่นชุมนุมทางการเมือง กระทบเศรษฐกิจไทย

หวั่นชุมนุมทางการเมือง กระทบเศรษฐกิจไทย ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยยังคงยืนกรานสนับสนุนการใช้สถานที่ราชการเป็นพื้นที่ชุมนุม ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์และนายธนาคาร เป็นห่วงว่า การยึดสถานที่ราชการ และความวุ่นวายทางการเมือง กระทบเสถียรภาพรัฐบาล จนกระทบการลงทุน 2 ล้านล้านบาท และมีโอกาสถูกปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศ

การเคลื่อนขบวนปิดล้อมกระทรวงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ กระทรวงการคลัง ทำให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ประเมินว่า หากผู้ชุมนุมยึดนานกว่า 1 สัปดาห์ กระทบการเบิกจ่ายงบประมาณ ในไตรมาสที่ 4 จากปัจจุบัน 15 % อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 28 % พร้อมเป็นห่วงว่า หากสถานทูตยกระดับการเตือนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ อาจกระทบจีดีพีทั้งปี ต่ำกว่า 3 %  เพราะการเบิกจ่ายรัฐและการท่องเที่ยวเป็นกลจักรเศรษฐกิจที่เหลือของปี

 
พร้อมยอมรับว่า ความเสี่ยงทางการเมืองขณะนี้ มีโอกาสทำให้ไทยถูกปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศ หากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองรุนแรง ซึ่งจะกระทบต้นทุนกู้เงินระยะยาว ขณะนี้จึงต้องหวังพึ่งให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เพื่อประคองสถานการณ์เศรษฐกิจ
 
สอดคล้องนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เป็นห่วงว่า ปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล อาจกระทบต่อแผนการลงทุนภายใต้ร่างพระราชบัญญัติลงทุนปรับปรุงระบบราง วงเงิน 2 ล้านล้าน หลังพบสัญญาณเอกชนชะลอการลงทุน รวมทั้ง การบริโภค ซึ่งไตรมาส 3 ติดลบและหากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบจีดีพี ไตรมาส 4 ขยายตัวต่ำกว่า 1.6 %  ทั้งปี 3 %  และคาดว่าอาจกระทบต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยจีดีพี อาจขยายตัวเพียง 4-5 % ซึ่งต่ำกว่าที่คาด 5%
 
ขณะที่ นายสมเกียรติ หอมลออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ยังคงยืนกรานสนับสนุนการใช้สถานที่ราชการเป็นพื้นที่ชุมนุม ซึ่งเป็นมาตรการอารยะขัดขืนอย่างหนึ่ง เพราะไม่สร้างความรุนแรง และน่าจะเป็นหนทางไปสู่การปฏิรูปประเทศ
 
ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ส.ส.และ สว. จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และเป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนในการตั้งสภาประชาชน.
 


กลับขึ้นด้านบน