ผบ.ทบ.เรียกประชุมด่วน 2 ธ.ค.จับตาสถานการณ์ชุมนุม

ผบ.ทบ.เรียกประชุมด่วน 2 ธ.ค.จับตาสถานการณ์ชุมนุม

ผบ.ทบ.เรียกประชุมด่วน 2 ธ.ค.จับตาสถานการณ์ชุมนุม

รูปข่าว : ผบ.ทบ.เรียกประชุมด่วน 2 ธ.ค.จับตาสถานการณ์ชุมนุม

ผบ.ทบ.เรียกประชุมด่วน 2 ธ.ค.จับตาสถานการณ์ชุมนุม ผู้บัญชาการทหารบก เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยขี้นตรงกองทัพบกวันจันทร์นี้ (2 ธ.ค.) โดยคาดว่าจะกลับมาปฏิบัติหน้างานที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน อีกครั้ง หลังใช้กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เป็นสำนักงานสำรองมาตลอด 1 สัปดาห์

แถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก หลังกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บุกเข้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบกยืนยันว่า ยังเป็นกองทัพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประชาชน ยึดถือและปฏิบัติตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 โดยขอให้ประชาชนลดความเกลียดชังกัน เพราะสุดท้ายไม่มีใครแพ้หรือชนะ ผู้ที่พ่ายแพ้คือประเทศชาตินับเป็นปฏิกิริยาจากผู้บัญชาการทหารบกครั้งแรกในรอบ 1 สัปดาห์ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไปยังสถานที่ราชการต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่กระทรวงกลาโหม

ขณะที่กองทัพบกก็ได้ย้ายสำนักงานผู้บังคับบัญชาไปที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ชั่วคราว แต่คาดว่าในวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ ผู้บัญชาการทหารบก จะกลับมาปฏิบัติงานที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินอีกครั้ง เพื่อประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงประจำเดือนพฤศจิกายน

การนิ่งเงียบของผู้บัญชาการทหารบกท่ามกลางการเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อ ให้ทหารออกมาอยู่เคียงข้างมวลชนจนถึงขั้นบุกเข้าพื้นที่กองทัพบกที่เป็นสัญลักษณ์ด้านความมั่นคง ยิ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกสถานการณ์กดดันให้แสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเหล่าทัพที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไว้วางใจและขอคำปรึกษาในเรื่องความมั่นคงอยู่เสมอจนผู้บัญชาการทหารบกถูกตั้งคำถามว่าได้เปลี่ยนจุดยืนไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายทหารกลุ่มบูรพาพยัคฆ์จากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทีมีสำนักงานมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และเป็นสถานที่พบปะพูดคุยระหว่างนายทหารใกล้ชิดอยู่เสมอ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรก็มีความสนิทสนมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นอกจากนี้เหตุการณ์กระชับพื้นที่ในปี 2553 ก็มีผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ บาดเจ็บ และสูญเสีย จากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกคอกวัว ที่สร้างความเจ็บปวดให้กองทัพบกมาจนถึงขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลานี้จึงอาจจะอยู่ในสถานการณ์ลำบากที่ต้องทำหน้าที่รักษาจุดยืน และสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน แม้จะถูกกดดันจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีความเห็นต่าง

ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจาก พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคนยังคงติดตาม และประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งวางตัวอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะถูกกระแสวิจารณ์เรื่องการรัฐประหาร หรือการเรียกร้องให้ทหารออกมาแก้ปัญหาการชุมนุม พร้อมย้ำว่า กระทรวงกลาโหมทำงานภายใต้คำสั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยตรง และขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ที่ยอมรับไม่ได้

ปลัดกระทรวงกลาโหมยังเชื่อว่า สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองในรูปแบบการบุกยึดสถานที่ราชการต่างๆ เป็นความพยายามปิดเกมเร็วและแรง รวมทั้งนำทฤษฎีสงครามประชาชนมาใช้ในการเคลื่อนไหวซึ่งทุกฝ่ายต้องอดทน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยไม่นำไปสู่ความรุนแรง และเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะ ผอ.ศอ.รส.ภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างรอบคอบรัดกุม โดยบทบาททหารในขณะนี้ยังคงอยู่ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่พร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหาภายใต้กลไกของรัฐ


กลับขึ้นด้านบน