"สุเทพ"แถลงนัดหยุดงานทั่วประเทศ 2 ธ.ค.ขอสื่องดเสนอข่าวรบ. ย้ำขจัด"ระบอบทักษิณ"

"สุเทพ"แถลงนัดหยุดงานทั่วประเทศ 2 ธ.ค.ขอสื่องดเสนอข่าวรบ. ย้ำขจัด"ระบอบทักษิณ"

"สุเทพ"แถลงนัดหยุดงานทั่วประเทศ 2 ธ.ค.ขอสื่องดเสนอข่าวรบ. ย้ำขจัด"ระบอบทักษิณ"

รูปข่าว : "สุเทพ"แถลงนัดหยุดงานทั่วประเทศ 2 ธ.ค.ขอสื่องดเสนอข่าวรบ. ย้ำขจัด"ระบอบทักษิณ"

สุเทพแถลงการณ์กปปส.ฉบับที่ 1 นัดหยุดงานทั่วประเทศ 2 ธันวาคม พร้อมขอให้สื่อทุกช่องงดออกข่าวของรัฐบาล ย้ำเป้าหมายที่ผู้ชุมนุมเรียกว่า ขจัดระบอบทักษิณ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. แถลงการณ์กปปส.ฉบับที่ 1โดยมีใจความดังนี้

"รายละเอียดดังปรากฏตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งเป็นความผิดตามบทบัญญัติ มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว แทนที่บุคคลเหล่านี้จะแสดงความสำนึกผิดต่อการกระทำอันมิชอบของตน กลับแสดงออกโดยการประกาศต่อสาธารณชนว่า ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ อันเป็นการกระทำที่ขัดกับมาตรา 216 วรรค 5 ของรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้กระทำการขัดกับหลักความชอบด้วยกฎหมาย และขาดความชอบธรรมทางการเมือง การกระทำของรัฐบาลเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นายกรัฐมนตรีมิได้ขอพระราชทานร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกลับคืนมา แสดงว่ารัฐบาลประสงค์จะให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย หรือหากไม่ลงพระปรมาภิไธย ใน 90 วัน รัฐสภาก็อาจจะลงมติด้วยเสียง 2 ใน 3 ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว และบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป การกระทำดังกล่าวเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 69 ของรัฐธรรมนูญ ที่มวลมหาประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าสามารถออกมาแสดงพลังตามสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อยืนหยัดในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การแสดงออกทางประชาชนชาวไทยจึงเป็นการทำหน้าที่ของชนชาวไทยตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 70 ของรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ กปปส. อันประกอบด้วย ผู้แทนภาคประชาชน องค์กรเครือข่าย สหภาพแรงงาน กลุ่มนักวิชาการ และตัวแทนวิชาชีพต่างๆ ที่ได้ร่วมกันคัดค้านการตราร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และร่วมกันพิทักษ์รัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีเจตนารมณ์ร่วมกันที่มุ่งขจัดระบอบทักษิณ ได้รับอาณัติเสียงมวลชน เสียงมวลมหาประชาชน ให้ทำการต่อสู้ต่อต้านรัฐบาลที่เป็นร่างทรงของระบอบทักษิณ ที่ได้กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ตามที่กล่าวแล้วข้างต้น

คณะกรรมการ กปปส.ขอยืนยันว่า การดำเนินการของกปปส.เป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 69 ในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำตามหลักประชาธิปไตยทางตรง โดยอาศัยหลักการอหิงสา สันติ เพื่อขจัดระบอบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุน ในระบบรัฐสภา ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า ระบอบทักษิณ ให้พ้นไปจากแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ เพื่อธำรงรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไว้ในประเทศไทยสืบไป คณะกรรมการ กปปส.จึงขอเชิญชวนมวลมหาประชาชน คนไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันสมัครสมานสามัคคีเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขาดความชอบธรรมทางการเมืองพ้นไปจากแผ่นดิน จากนั้น ประชาชนจะได้ร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นสังคมที่เป็นธรรม ประชาชนมีความมั่นคง และเป็นสุขต่อไป

นอกจากนั้น กปปส.ขอรายงานสถานการณ์ต่อพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ การชุมนุมของมวลมหาประชาชนที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 32 แล้ว บนหลักการอหิงสา สันติ สงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ จนถึงขณะนี้มีมวลมหาประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมเคลื่อนไหวแบบอารยะแล้วนับล้านๆ คน ในวันนี้ กปปส.และมวลมหาประชาชนได้ดำเนินการเดินอารยะเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนราชการที่สำคัญได้แล้วหลายพื้นที่ ดังนี้ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท ทีโอที จำกัด กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ และกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งทุกที่ดำเนินการได้อย่างสันติ ไม่มีความรุนแรงใดๆ ในส่วนของสื่อมวลชน กปปส.และมวลมหาประชาชนได้ประสานเจรจาขอความร่วมมือให้ถ่ายทอดสัญญาณการแถลงของ กปปส.สำเร็จแล้วทั้งหมด โดยสื่อมวลชนทั้งหลายเข้าใจแนวทางของ กปปส.และมวลมหาประชาชนเป็นอย่างดี การดำเนินการทั้งหลาย สืบเนื่องจากมวลมหาประชาชนต้องการขจัดระบอบทักษิณ ซึ่งกอบโกยโกงกินประเทศไทย ทำลายนิติรัฐ นิติธรรม ใช้กำลังอำนาจและมวลชนอันธพาล ข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายนักศึกษา ประชาชนจนเหลือที่ประชาชนจะทนได้ไหวอีกต่อไป ที่สำคัญคือว่า ได้กระทำการเป็นกบฏต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คือการไม่ยอมรับกฎหมาย และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ มวลมหาประชาชนจึงต้องลุกขึ้นปกป้องรัฐธรรมนูญ ที่ถูกระบอบทักษิณปฏิเสธไม่ยอมรับ และคุกคาม บัดนี้ สถานการณ์โดยทั่วไป ยังมีตำรวจของรัฐบาลและ ศอ.รส. ที่มุ่งทำร้าย และให้ร้ายมวลมหาประชาชนอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และมีท่าทีที่แข็งกร้าว ต่อมวลมหาประชาชน รวมทั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มวลมหาชนจึงต้องดำเนินการต่อไป เพื่อให้การปฏิบัติการของมวลมหาประชาชนมีความต่อเนื่อง ในการขจัดระบอบทักษิณ

กปปส.จึงขอประกาศให้ วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป เป็นวันหยุดงานทั่วประเทศของทุกส่วนราชการ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และนับจากเวลานี้ เป็นต้นไป ขอให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องได้อุทิศตนเองเป็นสื่อมวลชนของมวลมหาประชาชน งดออกอากาศข่าวของรัฐบาล เพราะมีแต่จะสร้างความสับสนแก่ประชาชน ให้ทุกสถานีถ่ายทอดเฉพาะข่าวจาก กปปส. และการรายงานสถานการณ์จริงต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเท่านั้น

กรณีการเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 45 ราย ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อคืนนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการก่อเหตุของฝ่ายรัฐบาล ของระบอบทักษิณ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำต่อนักศึกษารามคำแหง ที่ได้ลุกขึ้นต่อสู้ด้วยมือเปล่า และเป็นการต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจของนักศึกษา โดยที่ไม่ใช่การปฏิบัติการเกี่ยวกับ กปปส.แต่อย่างใด กปปส. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนักศึกษา ทั้งผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บครั้งนี้ และขอประณามรัฐบาล ขอประณามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำต่อนักศึกษาอย่างไร้สำนึก รับผิดชอบชั่วดีใดๆ ทั้งสิ้น

กปปส. และมวลมหาประชาชนขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ทุกสาขาอาชีพ เพื่อนข้าราชการ โดยเฉพาะทหาร แพทย์ พยาบาล นักวิชาการ นิสิตนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมแนวทางกับมวลมหาประชาชนและยืนหยัดที่จะต่อสู้ร่วมกัน จนกว่าจะขจัดระบอบทักษิณหมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย และชัยชนะเป็นของประชาชน ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เห็นแก่บ้านเมือง หยุดใส่ร้าย หยุดทำร้ายประชาชน และคืนอำนาจของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชนไปดำเนินการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติต่อไป ความคืบหน้าในการดำเนินการของ กปปส. จะได้ประกาศให้ทราบกันโดยทั่วไปเป็นระยะๆ ด้วยจิตคารวะแด่มวลมหาประชาชน คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข (กปปส.) 1 ธันวาคม 2556 "


กลับขึ้นด้านบน