สำนักสันติวิธีฯ ชี้รบ.เปิดทางผู้ชุมนุมเข้าทำเนียบฯ ลดเสี่ยงเหตุรุนแรง-สภาปชช.ทำได้

สำนักสันติวิธีฯ ชี้รบ.เปิดทางผู้ชุมนุมเข้าทำเนียบฯ ลดเสี่ยงเหตุรุนแรง-สภาปชช.ทำได้

สำนักสันติวิธีฯ ชี้รบ.เปิดทางผู้ชุมนุมเข้าทำเนียบฯ ลดเสี่ยงเหตุรุนแรง-สภาปชช.ทำได้

รูปข่าว : สำนักสันติวิธีฯ ชี้รบ.เปิดทางผู้ชุมนุมเข้าทำเนียบฯ ลดเสี่ยงเหตุรุนแรง-สภาปชช.ทำได้

สำนักสันติวิธีฯ ชี้รบ.เปิดทางผู้ชุมนุมเข้าทำเนียบฯ ลดเสี่ยงเหตุรุนแรง-สภาปชช.ทำได้ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี และธรรมาภิบาลแห่งสถาบันพระปกเกล้า ชี้ รัฐบาลยอมเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ ช่วยลดความเสี่ยงเกิดความรุนแรง แต่ยังไม่จบ ขณะที่สภาประชาชนทำให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญได้ และต้องไม่ให้นักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

วันนี้ (3 ธ.ค.) พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี และธรรมาภิบาลแห่งสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงท่าทีของรัฐบาลที่ยอมเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล และกองบัญชาตำรวจนครบาล โดยระบุว่า หากตำรวจนั้นยังคงเข้มงวดความปลอดภัยเหมือน 2 วันที่ผ่านมา ความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงมีความเป็นไปได้สูงมาก เห็นได้จากเหตุการณ์การปะทะรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาล รวมถึงการเผารถตำรวจเมื่อคืนที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมต้องเข้าไปในพื้นที่ให้ได้ ส่วนหนึ่งเพื่อปกป้องไม่ให้มีคนบาดเจ็บ 

 
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในขณะนี้ พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดว่าจะจบงลงง่าย ซึ่งสิ่งที่ผู้นำ 2 ฝ่ายควรทำคือ การเปิดช่องทางการสื่อสารซึ่งกันและกัน โดยรีบเจรจาหาทางออกก่อนที่จะเกิดความรุนแรงมากไปกว่านี้ ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า ต่างฝ่ายต่างมีศักดิ์ศรี ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญของทั้ง 2 กลุ่มว่ามีบทบาท และสถานะในการสร้างอนาคตร่วมกัน 
 
ส่วนข้อเรียกร้องของการจัดตั้งสภาประชาชนนั้น พล.อ.เอกชัย ระบุว่า สามารถจัดตั้งได้โดยที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะสามารถร่างขึ้นมาให้สอดคล้องกับกฏหมายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องไม่เป็นการจัดตั้งโดยกลุ่มคนเพียง 20-30 คน แต่ต้องเน้น และให้ความสำคัญของการรับฟังความเห็นของประชาชนทุกฝ่ายว่ามีความต้องการอะไร ขณะเดียวกัน จะต้องไม่มีนักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดตั้งสภาประชาชน ควรจะเป็นเพียงกลุ่มนักวิชาการ และประชาชนเท่านั้น 
 


กลับขึ้นด้านบน