“เนลสัน แมนเดล่า” รัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ถึงแก่อสัญกรรม

“เนลสัน แมนเดล่า” รัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ถึงแก่อสัญกรรม

“เนลสัน แมนเดล่า” รัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ถึงแก่อสัญกรรม

รูปข่าว : “เนลสัน แมนเดล่า” รัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ถึงแก่อสัญกรรม

“เนลสัน แมนเดล่า” รัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ถึงแก่อสัญกรรม นายเนลสัน แมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีและรัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ขณะที่มีอายุได้ 95 ปี หลังล้มป่วยมาเป็นเวลานาน

นายจาคอบ ซูม่า ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ แถลงกับผู้สื่อข่าวในกรุงพริทอเรียว่า นายเนลสัน แมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีและรัฐบุรุษคนสำคัญของแอฟริกาใต้ ผู้อุทิศตัวต่อสู้กับการเหยียดสีผิว และผลักดันให้เกิดสันติภาพทั่วโลก ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ขณะที่มีอายุได้ 95 ปี นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของแอฟริกาใต้ และของโลก

ประธานาธิบดีซูม่าเปิดเผยอีกว่า จะมีการจัดพิธีศพให้กับนายแมนเดล่าตามรัฐพิธี และจะมีการลดธงลงครึ่งเสาทั่วประเทศในวันนี้ (6 ธ.ค.) เพื่อไว้อาลัยให้กับนายแมนเดล่า

ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นายแมนเดล่าต้องต่อสู้กับโรคต่างๆ ที่รุมเร้า รวมทั้งอาการติดเชื้อในปอดที่ทำให้อาการทรุดหนัก และต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง

ทั้งนี้แม้ว่านายแมนเดล่าจะไม่ค่อยปรากฎตัวต่อสาธารณชน เนื่องจากอายุที่มากขึ้น และโรคภัย แต่เขาก็ยังคงเป็นที่ศรัทธาของคนในชาติ และทั่วโลกในฐานะนักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ โดยนายแมนเดล่าปรากฎตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปีพ.ศ.2553 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ

ประวัติของนายแมนเดล่า เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2461 ที่เขตปกครองตนเองทรานสไก ของแอฟริกาใต้ เริ่มต้นเป็นนักต่อสู้ด้วยการเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดสีผิวอย่างสันติ ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธของพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกาใต้ และมีส่วนร่วมในการต่อต้านแบบใต้ดินโดยใช้อาวุธ ท่ามกลางเสียงประณามจากผู้นำต่างชาติที่สนับสนุนนโยบายแบ่งแยกสีผิวที่ว่าการเคลื่อนไหวของนายแมนเดล่าเป็นการก่อการร้าย

นายแมนเดล่าถูกจำคุกเป็น 27 ปี ก่อนได้รับการปล่อยตัวเมื่อปีพ.ศ.2533 และ ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีตามระบอบประชาธิปไตยคนแรกของแอฟริกาใต้ จากนโยบายประสานไมตรีที่ช่วยให้แอฟริกาใต้ก้าวสู่ยุคประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นายแมนเดล่าได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ในช่วงชีวิตการต่อสู้ รวมทั้งรางวัลโนเบลสันติภาพเมื่อปีพ.ศ.2536


กลับขึ้นด้านบน