ชีวิต "เนลสัน แมนเดล่า" กับแรงบันดาลใจของผู้สร้างหนัง

ชีวิต "เนลสัน แมนเดล่า" กับแรงบันดาลใจของผู้สร้างหนัง

ชีวิต "เนลสัน แมนเดล่า" กับแรงบันดาลใจของผู้สร้างหนัง

รูปข่าว : ชีวิต "เนลสัน แมนเดล่า" กับแรงบันดาลใจของผู้สร้างหนัง

ชีวิต การยืนหยัดต่อสู้เพื่อความเสมอภาคตลอดชีวิตของ "นายเนลสัน แมนเดล่า" ถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ศิลปิน และผู้สร้างภาพยนตร์นับไม่ถ้วน นำเรื่องราวของเขาไปสร้างเป็นผลงาน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นแบบอย่างการต่อสู้ของหนึ่งในบุคคลที่เป็นต้นแบบแห่งศตวรรษที่ 20

สุนทรพจน์เพื่อโน้มน้าวใจสมาชิกสภากีฬาของแอฟริกาใต้ ให้ยกเลิกแนวคิดต่อต้านทีมรักบี้ของชาติ ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดผิว เพื่อหวังให้คนในชาติลืมความแตกต่างทางสีผิว แล้วร่วมกันเชียร์ตัวแทนของชาติ เป็นที่มาของแรงผลักดันที่ส่งให้ทีมรักบี้ของประเทศประสบความสำเร็จในการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกที่ตนเป็นเจ้าภาพ คือ เหตุการณ์ที่ใช้รวมใจชาวแอฟริกันทั้งชาติให้เป็นหนึ่งเดียวในเวลาต่อมา คือ เรื่องราวน่าประทับใจใน Invictus ภาพยนตร์ปี 2009 ของ คลินต์ อิสต์วูด หนึ่งในภาพยนตร์ที่นำการต่อสู้เพื่อส่วนรวมของนาย เนลสัน แมนเดล่า มาถ่ายถอดผ่านแผ่นฟิล์ม 

 
  
 
การต่อสู้ในแต่ละช่วงชีวิตของ "เนลสัน แมนเดล่า" ถูกนำเสนอผ่านภาพยนตร์มากมาย ทั้งในเรื่อง Winnie Mandela ที่เล่าถึงช่วงชีวิตวัยหนุ่มของแมนเดล่า สมัยที่เป็นนักการเมืองที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการโค่นล้มกฎหมายกีดกันทางเชื้อชาติ ส่วนใน Goodbye Bafana เล่าถึงช่วงที่แมนเดล่าถูกจำคุกจากคดีทางการเมือง ซึ่งเขาใช้เวลาดังกล่าวเปลี่ยนทัศนคติของผู้คุมผิวขาวซึ่งมีแนวคิดเหยียดผิว ให้เปิดใจรับความแตกต่างทางเชื้อชาติ และใน Mandela and De Klerk ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญ ที่แมนเดล่าและ เฟเดอริค วิลเลม เดอ เคิลร์ก อดีตประธานาธิบดีคนสุดท้ายในยุคแบ่งแยกสีผิว จับมือกันเปลี่ยนประเทศสู่ชาติประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ ด้วยการมอบสิทธิเลือกตั้งให้กับประชาชนทุกคน รวมถึงภาพยนตร์ล่าสุดอย่าง Mandela : Long Walk to Freedom ที่นำเสนอช่วงเปลี่ยนผ่านในชีวิตของแมนเดล่า จากนักเคลื่อนไหวผู้แข็งกร้าว ไปสู่การเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ซึ่งรอบปฐมทัศน์ในกรุงลอนดอนเมื่อวานนี้ เจ้าชายวิลเลียมและพระชายา ได้เสร็จมาทักทายลูกสาวทั้งสองคนของแมนเดล่าผู้มาเป็นแขกในงาน ก่อนที่ทั้งสองจะเป็นผู้ประกาศข่าวการจากไปของผู้เป็นบิดาหลังภาพยนตร์ฉายจบ โดยเจ้าชายวิลเลียมส์ใช้โอกาสนี้แสดงความเสียใจต่อการจากไปของแมนเดล่าอีกด้วย 
 
  
 
การถูกจำคุกเพราะเรียกร้องความเท่าเทียมแก่เพื่อนร่วมชาติ เคยเป็นแรงผลักดันให้นักร้องนักดนตรีมากมายคว่ำบาตรแอฟริกาใต้ และแต่งเพลงเพื่อเรียกร้องอิสรภาพให้กับเขาอย่างถ้วนหน้า รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตฉลองวันเกิดครบ 70 ปีให้กับแมนเดลาสมัยที่เขายังถูกจำคุกเมื่อปี 1988 ซึ่งการถ่ายทอดครั้งนั้นถูกเซนเซอร์เนื้อหาทางการเมืองตลอดทั้งการแสดง แต่ภายหลังที่แมนเดล่าได้รับอิสรภาพแล้ว การจัดคอนเสิร์ตเพื่อฉลองวันเกิดให้กับเขาได้กลายเป็นธรรมเนียมที่ศิลปินร่วมใจกันมีส่วนร่วมอย่างมากมาย เพื่อใช้เป็นโอกาสในการสรรเสริญต้นแบบของการอุทิศตน จนเป็นสัญลักษณ์แห่งการเรียกร้องเสรีภาพให้กับชาวโลก
 


กลับขึ้นด้านบน