"สิงคโปร์" ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถนนเรซ คอร์ส หลังเกิดเหตุจลาจล

"สิงคโปร์" ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถนนเรซ คอร์ส หลังเกิดเหตุจลาจล

"สิงคโปร์" ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถนนเรซ คอร์ส หลังเกิดเหตุจลาจล

รูปข่าว : "สิงคโปร์" ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถนนเรซ คอร์ส หลังเกิดเหตุจลาจล

ทางการสิงคโปร์ประกาศห้ามขาย และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ถนนเรซ คอร์ส ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุจลาจลในย่านลิตเติ้ล อินเดีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังมีการสอบปากคำแรงงานต่างด้าวเพิ่มเติมถึง 4,000 คน เพื่อติดตามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี

ตำรวจสิงคโปร์ ยืนยันกับผู้สื่อข่าว หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สอบปากคำแรงงานต่างด้าวถึง 4,000 คน เพื่อขยายผลจับกุมผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลในย่านลิตเติ้ลอินเดียเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่ามีการสอบปากคำแรงงานต่างด้าวจำนวนมากจริง และมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 3 คน และจะตั้งข้อกล่าวหาในวันนี้ หลังจากเมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.) ศาลสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยว่า จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อจลาจลไปแล้ว 24 คน ทั้งหมดเป็นเชื้อชาติอินเดีย ซึ่งหากผิดจริง จะมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี และเฆี่ยนตี นอกจากนี้ โฆษกตำรวจสิงคโปร์ยังระบุด้วยว่า มีการบันทึกปากคำผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอีก 176 คน

 
ทั้งนี้ มีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย สั่งห้ามจำหน่าย และดื่มสุรา บริเวณเขตถนนเรซ คอร์ส สถานที่เกิดจลาจล ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพราะเชื่อว่า แอลกอฮอล์อาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวจากเอเชียใต้ก่อเหตุจลาจลรุนแรง โดยหลังจากนี้จะให้ตำรวจเป็นผู้กำหนดพื้นที่ และช่วงเวลาห้ามขาย
 
เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ มีสาเหตุจากความไม่พอใจที่แรงงานเชื้อสายอินเดียคนหนึ่ง ถูกเชิญตัวลงจากรถโดยสาร ก่อนถูกรถโดยสารคันดังกล่าวชนเสียชีวิต ซึ่งภายหลังมีการเปิดเผยรายละเอียดว่า เนื่องจากแรงงานคนดังกล่าว ขึ้นรถตอนที่รถเต็มแล้ว รวมทั้งมีอาการมึนเมาและพยายามถอดกางเกงบนรถ ทำให้คนขับตัดสินใจนำตัวชายคนดังกล่าวลงรถ แต่ปรากฏว่า เขาพยายามวิ่งตามรถเมล์ และเกิดสะดุด จึงถูกทับเสียชีวิต และกลายเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจแก่แรงงานต่างด้าวจากเอเชียใต้ราว 400 คนที่การลุกฮือก่อเหตุจลาจลในย่านลิตเติ้ลอินเดีย เผารถเสียหาย 25 คัน และมีการทุบทำลายขว้างปาสิ่งของใส่ประชาชน จนมีผู้บาดเจ็บ 39 คน
 


กลับขึ้นด้านบน