เครือข่าย กปปส. จัดเวทีคู่ขนานในหลายจังหวัด

เครือข่าย กปปส. จัดเวทีคู่ขนานในหลายจังหวัด

เครือข่าย กปปส. จัดเวทีคู่ขนานในหลายจังหวัด

รูปข่าว : เครือข่าย กปปส. จัดเวทีคู่ขนานในหลายจังหวัด

เครือข่าย กปปส. จัดเวทีคู่ขนานในหลายจังหวัด นักธุรกิจบางส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางออกในการแก้ปัญหาวิกฤตของชาติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะที่เวทีการเคลื่อนไหวของเครือข่าย กปปส.ยังจัดเวทีคู่ขนาน กับเวทีใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยข้อเรียกร้องยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือขับไล่รัฐบาล และตั้งสภาประชาชน

เครือข่าย ม.อ.รักชาติ และประชาคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งกลุ่มการเมืองภาคประชาชนได้ตั้งเวทีบริเวณลานประวัติศาสตร์การเมือง หน้าที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ เพื่อเคลื่อนไหวคู่ขนานกับเวที กปปส.ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาศให้ชาว อ.หาดใหญ่ ติดตามสถานการณ์ทางการเมือง และจะเป็นเวทีหลักในการเคลื่อนไหวปฏิรูปการเมืองไทย

ส่วนที่ จ.กระบี่ อาสารักษาดินแดนต้องดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลากลางจังหวัดแทนตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนที่ถอนกำลังออก เพราะประเมินสถานการณ์แล้วว่าจะไม่เกิดเหตุร้าย เพราะกลุ่มที่มาผู้นุมนุมช่วงที่ผ่านมาชุมนุมกันอย่างสงบ

เช่นเดียวกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล จ.นครสวรรค์ พิษณุโลก และกำแพงเพชรยังจัดเวทีคู่ขนานในช่วงเย็นของทุกวัน เพื่อขับไล่รัฐบาล และให้การสนับสนุนกลุ่ม กปปส.ในการจัดตั้งสภาประชาชน ปฏิรูปประเทศเพื่อจัดรูปแบบการเมืองของประเทศไทยใหม่

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก กลุ่ม นปช. เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังรัฐบาลเพื่อให้กำลังใจ และสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลรักษาการ และให้กำลังใจข้าราชการ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง และใช้เวทีการเลือกตั้งพิสูจน์การตัดสินใจของประชาชน

ขณะที่นายยงยุทธ หล่อตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยพนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัด อบจ.กาฬสินธุ์ ร่วมแถลงจุดยืนสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา พร้อมเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.หยุดการเคลื่อนไหว และหยุดการทำลายระบอบประชาธิปไตย

สอดคล้องกับนายบุญสม ผ่องบุพกิจ ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการเร่งหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งในประเทศที่ยืดเยื้อให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ด้วยการให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจาหาทางออกร่วมกัน รวมทั้งเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และลดผลกระทบที่อาจจะตามมาในระยะยาว

 


กลับขึ้นด้านบน