กปปส.เปิดเผยรูปแบบจัดตั้งรัฐบาล-สภาประชาชน

กปปส.เปิดเผยรูปแบบจัดตั้งรัฐบาล-สภาประชาชน

กปปส.เปิดเผยรูปแบบจัดตั้งรัฐบาล-สภาประชาชน

รูปข่าว : กปปส.เปิดเผยรูปแบบจัดตั้งรัฐบาล-สภาประชาชน

กปปส.เปิดเผยรูปแบบจัดตั้งรัฐบาล-สภาประชาชน วันนี้ (13 ธ.ค.) เป็นวันแรกที่แกนนำการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล กลุ่ม กปปส.เปิดเผยรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาล และที่มาของสภาประชาชน ขณะเดียวกัน กลุ่ม กปปส.ได้ยุบเวทีที่นางเลิ้งไปรวมกับเวทีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า ผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ย้ายเวทีการชุมนุมออกจากที่แยกนางเลิ้ง และนำผู้ชุมนุมทั้งหมดออกจากพื้นที่ หลังแกนนำ กปปส.มีมติยุบเวทีการชุมนุมที่แยกนางเลิ้งให้ไปรวมเป็นจุดเดียวกันที่เวทีราชดำเนิน โดยแกนนำให้เหตุผลว่าสถานการณ์ ณ ขณะนี้ อยู่ในช่วงที่ กปปส.สามารถกดดันรัฐบาลจนยุบสภาได้แล้ว เหลือเพียงการกดดันให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีลาออกจากการทำหน้าที่รักษาการเท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีเวทีการชุมนุมถึง 2 เวที ซึ่งยากต่อการบริหารจัดการ และการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม เพราะ กปปส.กำลังทำภารกิจเดินสายคุยกับองค์กรต่างๆ เพื่อกดดันให้รักษาการนายกรัฐมนตรีลาออก

การยุบเวทีที่แยกนางเลิ้ง ทำให้การชุมนุมที่เวทีราชดำเนินกลับมาเป็นเวทีการชุมนุมหลักเพียงเวทีเดียวอีกครั้ง หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับสะสมเสบียง และมวลชนมาตลอดในช่วงหลัง โดยแกนนำหลักที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งหมด รวมทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะกลับมาขึ้นเวทีปราศรัยที่ราชดำเนินในวันนี้ หลังจากที่นายสุเทพกลับมาปราศรัยที่นี่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้

ส่วนความเคลื่อนไหวสำคัญในวันนี้ (13 ธ.ค.) เป็นครั้งแรกที่ กปปส.เปิดเผยแนวคิดตั้งต้นในแผนปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งในเวทีที่แกนนำ กปปส.ที่นำโดยนายสุเทพ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามข้อสงสัยที่ยังคงคลางแคลงใจโดยละเอียด โดยสรุปได้ว่า กปปส.จะดำเนินการหาแนวร่วมทั้งจากส่วนราชการ และภาคเอกชน เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากการทำหน้าที่รักษาการ เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เปิดช่องให้ประธาน หรือรองประธานวุฒิสภา เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนกลาง ซึ่งนายสุเทพบอกว่าจะให้เป็นไปตามการตัดสินใจของวุฒิสภา แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ลาออก กปปส.ก็จะมีกระบวนการบังคับให้ลาออก เพื่อแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เช่นกัน โดยยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ และยังไม่มีการทาบทามบุคคลใดเข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี

จากนั้น เมื่อได้นายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และออกพระราชกำหนดเพื่อเปิดช่องทางกฎหมายให้ตั้งสภาประชาชน ซึ่งจะมาจากการเลือกตั้งในกลุ่มสาขาวิชาชีพ 300 คน และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากสรรหาอีก 100 คน ซึ่ง กปปส.จะมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วย โดยเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนี้ จึงให้เหตุผลว่าอาจจะมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถแต่ละสาขาวิชาชีพที่เป็นที่ยอมรับ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

โดยในวันพรุ่งนี้ กปปส.จะไปร่วมเวทีอธิบายกับภาคเอกชน และตัวแทนสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะไปร่วมเวทีเสวนาที่จัดโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่กองบัญชาการกองทัพไทย ในช่วงบ่าย โดยแกนนำจะไปกันครบ ส่วนในวันอาทิตย์ที่จะมีเวทีการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลนั้น ล่าสุด มีแนวโน้มว่า กปปส.อาจจะส่งตัวแทนแกนนำไปร่วมด้วย อย่างเช่น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และนายสุริยะใส กตะศิลา

ทั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองในขณะนี้ สำหรับการเดินสายของแกนนำ กปปส.ที่ไปแต่ละเวที จุดประสงค์ คือเพื่อต้องการหาแนวร่วมจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อที่จะให้สนับสนุนแนวทางการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง แต่ว่าจุดสำคัญยังคงยืนยันว่าอยู่ที่ผู้นำเหล่าทัพต่างๆ ซึ่ง กปปส.ต้องการให้ประกาศจุดยืนสนับสนุน กปปส. เพราะว่าการจะประกาศว่าเป็นเจ้าของอำนาจรัฐนั้นจำเป็นที่จะต้องมีกองทัพด้วย
 


กลับขึ้นด้านบน