"ผบ.สส."มั่นใจเวทีกองทัพ หา"ทางออกประเทศ"ได้

"ผบ.สส."มั่นใจเวทีกองทัพ หา"ทางออกประเทศ"ได้

"ผบ.สส."มั่นใจเวทีกองทัพ หา"ทางออกประเทศ"ได้

รูปข่าว : "ผบ.สส."มั่นใจเวทีกองทัพ หา"ทางออกประเทศ"ได้

การเปิดเวทีสาธารณะ"เพื่อความสงบสุขและประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย" โดยกองบัญชาการกองทัพไทยวันนี้ (14 ธ.ค.) พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายที่เข้าร่วมได้ข้อคิด เพื่อกลับไตร่ตรองเลือกทางออกของประเทศได้ แม้จะไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ก็ถือเป็นเวทีที่ปลอดความขัดแย้ง พร้อมย้ำกองทัพยังคงเป็นเอกภาพไม่คิดเลือกตั้งข้าง

ในช่วงเวลาสำคัญอยู่ที่การถามตอบ ในการหาทางออกให้กับประเทศ ระหว่างพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. โดยนายสุเทพได้ตอบข้อซักถามของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต่อแนวทางกปปส.ที่จะดำเนินการในการแก้ปัญหาของประเทศ ลักษณะในทุกฝ่ายวินวินว่า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากรักษาการ และให้ข้าราชการเลือกข้างประชาชน

ทั้งนี้ ในการถามตอบระหว่างนายสุเทพและผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีท่าทีที่เป็นมิตรและยิ้มแย้มต่อกัน แม้บางประเด็นจะเป็นการถามถึงจุดยืนของแต่ละฝ่ายต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง

 

ก่อนหน้านี้ภาคส่วนต่างๆได้เสนอแนวคิดผ่านเวทีเสวนา โดยเห็นด้วยต่อแนวทางการปฏิรูป ที่จะเป็นการแก้ปัญหาทางการเมืองได้อย่างยั่งยืน แต่จะดำเนินการในห้วงเวลาใด และมีรูปแบบอย่างไรต้องช่วยกันออกแบบ ภาคเอกชนได้สะท้อนว่า การปฏิรูปต้องทำก่อนการเลือกตั้ง เพราะหากละเลยปัญหาลักษณะเดิมจะกลับขึ้นมาอีก ภาควิชาการสะท้อนห้วงเวลาและประเด็นการปฏิรูป โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสนอให้ใช้ประชามติ รับฟังแนวทางจากประชาชนในวันเลือกตั้ง ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสนอแนวทาง What When How เปิดเวทีรับฟังอะไร เมื่อไหร่ และจะนำแนวทางไปใช้ได้อย่างไร

ภาคสื่อสารมวลชนคาดหวังต่อเวทีการหาทางออกปัญหา ที่ควรดำเนินไปอย่างราบรื่น ปราศจากความรุนแรง และเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ เป็นที่น่าสังเกตถึงการพูดคุยผ่านเวทีเสวนาครั้งนี้ กองทัพพยายามทำให้เกิดความเป็นกลางไม่เลือกฝ่าย ทั้งการงดแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร การที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่นั่งบนเวที แต่นั่งร่วมกับประชาชนในที่นั่งด้านล่าง แม้ก่อนหน้านี้จะมีการอ้างถึงการหารือนอกรอบ ระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายสุเทพ แต่ก็เป็นการพบปะทักทาย ก่อนการขึ้นเวทีประชุมเท่านั้น

และหลังจากการเสวนา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพก็ได้แถลงร่วมกันอีกครั้ง โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดยืนยันว่า กองทัพไม่สามารถจะเลือกข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ เพราะต้องยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ขณะเดียวกันก็พร้อมสนับสนุนการพูดคุยร่วมกันของทุกฝ่าย


กลับขึ้นด้านบน