ม.เกษตรฯ ยก "สุดซอย" เป็นวาทะแห่งปี-ฉายารัฐบาล "ลิ้มไพร่"

ม.เกษตรฯ ยก "สุดซอย" เป็นวาทะแห่งปี-ฉายารัฐบาล "ลิ้มไพร่"

ม.เกษตรฯ ยก "สุดซอย" เป็นวาทะแห่งปี-ฉายารัฐบาล "ลิ้มไพร่"

รูปข่าว : ม.เกษตรฯ ยก "สุดซอย" เป็นวาทะแห่งปี-ฉายารัฐบาล "ลิ้มไพร่"

ม.เกษตรฯ ยก สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ฉายาสถาบันการเมืองประจำปี 2556 โดยให้ฉายารัฐบาลว่า ลิ้มไพร่ ส่วนรัฐสภา ได้รับฉายา โรงเตี๊ยม ขณะที่วาทะแห่งปีได้แก่คำว่า สุดซอย

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบฉายาสถาบันการเมือง ครั้งที่ 4 ประจำปี พ.ศ.2556 โดยมอบฉายาให้รัฐบาลว่า "ลิ้มไพร่" พร้อมอธิบายว่า คำว่าลิ้ม ตามพจนานุกรม แปลว่า กิริยาอิงแอบแนบชิด บิดเบือน มีความหมายว่า รัฐบาลนี้มาแบบอิงแอบแนบชิดกับไพร่ โดยการสร้างวาทกรรมไพร่ขึ้นมา แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาลจริง ๆ การอ้างประโยชน์พี่น้องประชาชนในการกำหนดและดำเนินนโยบายต่างๆ เกิดคำถามว่าสุดท้ายชิ้นปลามันกลับตกไปอยู่กับชนชั้นนำ

 
ส่วนรัฐสภา ได้ฉายา โรงเตี๊ยม หมายถึงความวุ่นวายหลายครั้งในรัฐสภา ไม่ต่างกับโรงเตี๊ยมในภาพยนตร์จีน ซึ่งบ่อยครั้งเกิดการต่อสู้ ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ก่อนจะแยกย้ายกันไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ
 
ขณะเดียวกันสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังได้ให้ฉายากับ กปปส. ว่า ผีบุญ ร.ศ. 232 แปลว่า กบฏ หรือ หมายถึงกลุ่มคนที่คิดและกระทำการต่อต้านล้มล้างอำนาจรัฐด้วยกำลัง ต่างจากผีบุญ หรือกบฏผู้มีบุญ ซึ่งหมายถึงคนธรรมดาที่อ้างตัวเป็นผู้วิเศษทำการชักชวนให้ผู้คนก่อกบฏกับรัฐที่เป็นศูนย์กลางอำนาจ การสร้างวาทะกรรมคนดี คนมีคุณภาพ มีสติปัญญา ต่อต้านคนโกง เหนือกว่าคนไร้คุณภาพขาดสติปัญญาของ กปปส. เพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ จนถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันเป็นกบฏ จึงอาจกล่าวได้ว่ามีลักษณะเกินกว่ากบฏ แต่เข้าข่ายผีบุญ ร.ศ.232

  

 
นอกจากนี้ยังได้มอบฉายาให้กับ ตุลาการศาล ว่า "ศาลใครฟัง" ขณะที่องค์กรอิสระได้ฉายา "พระอันดับ"  กองทัพ ได้ฉายา "เสธ.รอสอย" และตำรวจ ได้ฉายา "โปลิสกิจป่วน"
 
ส่วนพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย ได้ฉายา "ปลากระป๋องชาวคอย" พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฉายา "จอมมารต้านโกง" ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้ฉายา "ถ่านไฟเก่า"
 
สำหรับวาทะแห่งปี คือ สุดซอย มาจากคำวิเศษณ์ที่ขยายกรณี ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเรียกกันจนติดปากว่าเป็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย หรือหมายถึง เอาให้เต็มที่ ถือเป็นหน้าใหม่ของวัฒนธรรมการเมืองไทย ซึ่งที่แล้วมามักเน้นแนวทางการประนีประนอมเป็นสำคัญ
 
สำหรับการตั้งฉายาสถาบันการเมืองครั้งนี้ มาจากการเปิดให้สมาชิกเครือข่ายออนไลน์ สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 2,844 บัญชี ได้เสนอความเห็นฉายาต่างๆ มายังสมาคม และให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฉายาที่มีความเหมาะสมที่สุด


กลับขึ้นด้านบน