อินโดนีเซียพบชาวโรฮิงญาเพิ่มกว่า 400 คน

อินโดนีเซียพบชาวโรฮิงญาเพิ่มกว่า 400 คน

อินโดนีเซียพบชาวโรฮิงญาเพิ่มกว่า 400 คน

รูปข่าว : อินโดนีเซียพบชาวโรฮิงญาเพิ่มกว่า 400 คน

อินโดนีเซียพบชาวโรฮิงญาเพิ่มกว่า 400 คน ชาวประมงท้องถิ่นในอินโดนีเซียให้การช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ถูกทิ้งลอยลำอยู่กลางทะเลกว่า 400 คน ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้อพยพชาวโรฮิงญา

ผู้อพยพชาวโรฮิงญาประมาณ 102 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้หญิง 26 คนและเด็ก 31 คน ถูกนำตัวขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านซิมปัง ติกา จ.อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากได้รับการช่วยเหลือโดยชาวประมงท้องถิ่นเมื่อช่วงเช้านี้ (20 พ.ค.2558) ขณะที่ผู้อพยพ 324 คน ได้รับการช่วยและนำขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านคูตา บินเจอ จ.อาเจะห์ เช่นเดียวกัน โดยในจำนวนผู้อพยพชุดนี้มีผู้ป่วยรวมอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ในวันนี้มีรายงานแจ้งเข้ามาว่า พบผู้อพยพทางเรือประมาณ 430 คน ถูกทิ้งให้ลอยลำอยู่กลางทะเล ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือโดยชาวประมงท้องถิ่นอย่างปลอดภัย

ขณะที่การหารือร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย อินโดนีเซียและไทย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้ข้อสรุปว่า อินโดนีเซียและมาเลเซียเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้อพยพชาวโรฮิงญาทั้งหมด ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 7,000 คนที่ลอยลำอยู่ในทะเลอันดามันและช่องแคบมะละกา

โดยมาเลเซีย ย้ำว่า ประชาคมโลกจะต้องเข้ามาช่วยดำเนินการโยกย้ายถิ่นฐานและส่งตัวผู้อพยพเหล่านี้กลับประเทศต้นทางภายในระยะเวลา 1 ปี ด้านนายอะนีฟะห์ อะมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า ฝ่ายไทยยังคงหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมตามข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าการตั้งศูนย์พักพิงให้กับชาวโรฮิงญาจะขัดต่อกฎหมายภายในประเทศหรือไม่

นอกจากนี้ มาเลเซียและอินโดนีเซียยังได้เรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคช่วยแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาร่วมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ออกมาแสดงความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญาเป็นชาติแรก ส่วนนายอาเหม็ด ซาฮิด ฮามีดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย เรียกร้องขอให้องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญาเช่นเดียวกัน

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ประกาศว่า สิงคโปร์ไม่อยู่ในสถานะที่จะสามารถแบกรับผู้อพยพทางเรือ หรือ บุคคลใดๆ ก็ตามที่มีความประสงค์จะขอลี้ภัยทางการเมือง หรือในสถานะของผู้อพยพ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์หรือสถานที่หรือประเทศต้นทางของบุคคลเหล่านี้ได้ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กและมีพื้นที่จำกัด

ขณะที่สื่อของรัฐบาลเมียนมาได้อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาว่า รัฐบาลเมียนมารู้สึกกังวลต่อปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาเช่นเดียวกับประชาคมโลกและพร้อมที่จะมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพทางเรือที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอยู่กลางทะเล

นายโจ โลรีย์ โฆษกองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ ไอโอเอ็ม แสดงความยินดีกับผลการหารือ หลังจากที่อินโดนีเซียและมาเลเซียเสนอตัวที่จะจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้อพยพชาวโรฮิงญาทั้งหมดที่กำลังลอยลำอยู่กลางทะเล
นอกจากนี้โฆษกไอโอเอ็ม เตือนว่า ข้อตกลงในการค้นหาและช่วยเหลือชีวิตผู้อพยพชาวโรฮิงญากลางทะเลยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้อพยพเหล่านี้ไว้ นอกจากนี้ไอโอเอ็มขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกและองค์กรนานาชาติมอบความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน


กลับขึ้นด้านบน