ผู้นำฟิลิปปินส์ขอประชาคมโลกช่วยฟื้นฟูประเทศ

ผู้นำฟิลิปปินส์ขอประชาคมโลกช่วยฟื้นฟูประเทศ

ผู้นำฟิลิปปินส์ขอประชาคมโลกช่วยฟื้นฟูประเทศ

รูปข่าว : ผู้นำฟิลิปปินส์ขอประชาคมโลกช่วยฟื้นฟูประเทศ

ผู้นำฟิลิปปินส์ขอประชาคมโลกช่วยฟื้นฟูประเทศ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เรียกร้องนานาชาติช่วยเหลือในการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนอีกครั้งในวันนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยแผนการฟื้นฟูความเสียหาย ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 250,000 ล้านบาท

เกือบ 2 เดือนหลังซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดกระหน่ำพื้นที่ภาคกลางของฟิลิปปินส์ วันนี้ นายเบนิกโน่ นอยนอย อาคีโน่ ออกมาเปิดเผยแผนฟื้นฟูความเสียหายของเมืองต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบต่อหน้าผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และนักการทูตประเทศต่างๆ ผู้นำฟิลิปปินส์ประเมินว่าอาจต้องใช้เงินมากกว่า 250,000 ล้านบาท พร้อมทั้งร้องขอนานาชาติอีกครั้ง ให้ช่วยบริจาคช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังให้คำมั่นกับนานาชาติว่าจะใช้เงินบริจาคอย่างโปร่งใส ไม่มีคอร์รัปชั่น รวมทั้งจะสร้างสิ่งปลูกสร้างให้มีความแข็งแรงทนทานกว่าเดิม เพื่อให้เพียงพอที่จะรับมือกับพลังทำลายล้างของไต้ฝุ่นในอนาคต สิ่งแรกที่ต้องการฟื้นฟู คือโครงสร้างพื้นฐาน และบ้านพักชั่วคราวให้ประชาชน รวมทั้งฟื้นฟูอาชีพการเกษตร การประมง และวิถีชีวิตของประชาชน

พายุไห่เยี่ยน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,069 คน สูญหาย 1,800 คน ประชาชน 4 ล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย นับเป็นหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดในโลกที่เคยพัดขึ้นฝั่ง สร้างความเสียหายร้ายแรงตามเส้นทางที่พัดผ่าน

ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะแถลงเกี่ยวกับแผนฟื้นฟู นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์ได้ลงพื้นที่เมืองทาโคลบัน ที่เสียหายหนักที่สุดจากพายุไห่เยี่ยน เพื่อดูสภาพความเสียหาย และตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่องค์กรบรรเทาทุกข์จากสหรัฐฯ และทหารกองทัพอเมริกันที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

นายเคอร์รี่แสดงความเสียใจต่อชาวฟิลิปปินส์ในเมืองทาโคลบัน รวมทั้งระบุว่าไม่เคยเห็นความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงเช่นนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯยังระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯจะอยู่เคียงข้างชาวฟิลิปปินส์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และประกาศมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกกว่า 700 ล้านบาทให้แก่รัฐบาลฟิลิปปินส์ผ่านองค์กรยูเสด จากที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอเมริกันให้ความช่วยเหลือแก่ฟิลิปปินส์ไปแล้วเกือบ 2,000 ล้านบาท


กลับขึ้นด้านบน