เกาะติดสถานการณ์น่าห่วงของ "สัตว์ป่าคุ้มครอง" ในประเทศไทย

เกาะติดสถานการณ์น่าห่วงของ "สัตว์ป่าคุ้มครอง" ในประเทศไทย

เกาะติดสถานการณ์น่าห่วงของ "สัตว์ป่าคุ้มครอง" ในประเทศไทย

รูปข่าว : เกาะติดสถานการณ์น่าห่วงของ "สัตว์ป่าคุ้มครอง" ในประเทศไทย

เกาะติดสถานการณ์น่าห่วงของ วันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) เป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า แต่สถานการณ์สัตว์ป่าในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วง หลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ พนักงานโรงปูนในจังหวัดสระบุรีทำร้ายเลียงผา ขณะที่ การปิดพื้นที่ค้นหาสาเหตุการตายของกระทิงป่าภายในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เจ้าหน้าที่พบซากกระทิงอีก 3 ตัว รวม มีกระทิงตายแล้ว 16 ตัว

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการปิดพื้นที่โครงการกุญชร ลาดตระเวน ล่าสุด เจ้าหน้าที่ พบกระทิงตายเพิ่มอีก 3 ตัว เป็นเพศเมีย 2 ตัว เพศผู้ 1 ตัว บริเวณใกล้กับพื้นที่โครงการกุญชรทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นจุดที่พบกระทิงตายจำนวนมาก รวมขณะนี้พบกระทิงตายแล้ว 16 ตัว ซึ่งซากที่พบ คาดว่าน่าจะตายอย่างน้อย 2 สัปดาห์

 
ขณะนี้จึงต้องส่งเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจกระทิงฝูงนี้ที่ยังเหลืออีก 3-4 ตัว เนื่องจาก 2 วันก่อนหน้านี้ พบว่าเข้ามาในพื้นที่นี้ โดยจะต้อนขึ้นไปทางตอนเหนือไม่ให้เข้ามาโซนที่กระทิงตาย เพราะมีความเป็นไปได้ว่ายังมีโอกาสมีชีวิตรอด
 
ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้กรมอุทยานฯ ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามหาสาเหตุปัญหาการตายของกระทิงกุยบุรี โดยมีรองอธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นประธานคณะทำงาน ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ของหน่วยงานและมหาวิทยาลัย รวมทั้ง กรมควบคุมมลพิษ โดยจะติดตามตรวจสอบชันสูตรโรคระบาด และผลกระทบจากสารพิษ ซึ่งจะเริ่มลงพื้นที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่วันพรุ่งนี้ พร้อมทั้งติดตามกระทิงฝูงนี้ที่คาดว่ามีประมาณ 20-22 ตัว ที่ชอบมาหากินบริเวณนี้อยู่เป็นประจำ
 
  
 
ส่วนกรณีที่ข่าวลือเรื่องการวางยากระทิง เพราะหน่วยงานขัดแย้งกันนั้น เชื่อว่า คงไม่มี เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกหน่วยงานของกรมอุทยานฯในพื้นที่ มีความรักและหวงแหนสัตว์ป่า ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารอุทยานฯกุยบุรี ที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายในตามความเหมาะสมของกรมอุทยานฯ
 
นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ดิน พืช ในบริเวณดังกล่าวมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์ โดยมุ่งประเด็นไปที่สารเคมี ที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจมาจากการทำเกษตร หรือ การลักลอบทิ้งสารพิษ

    

 
ส่วนกรณีที่มีการเผยคลิปกลุ่มคนงานใช้ท่อนไม้ทุบตีเลียงผา ที่หลงออกจากป่าเข้ามาในโรงงานและพยายามวิ่งหนี แต่วิ่งไปติดรั้วเหล็ก และคนงานได้ใช้ท่อนไม้ทุบจนล้มแน่นิ่ง
 
ล่าสุด นายวิชัย เวทนา ที่เป็นคนตีเลียงผา ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจภูธรแก่งคอย จังหวัดสระบุรี แล้ว โดยระบุว่า ในช่วงเย็นวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา มีเลียงผาหลงเข้ามาในโรงงาน เกรงว่าจะไปถูกเครื่องจักรเกิดอันตราย จึงได้ตีจนเลียงผาสลบ แล้วช่วยยกขึ้นรถกระบะเพื่อนำไปปล่อย มีเพื่อนๆ ประมาณ 6 คน ช่วยกันจับ นำไปปล่อยเชิงเขาเรดาร์ พื้นที่หมู่ 6 บ้านซับบอน ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย ในเขตโรงงาน ยังใช้มือจับจนตัวเลียงผาตื่น ก่อนที่เลียงผาจะวิ่งขึ้นเขาไป โดยได้ถ่ายภาพไว้ด้วย
 
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะมอบตัวแล้ว บุคคลที่มีภาพปรากฏในคลิปยังให้การขัดแย้งกัน มีการปกปิดข้อเท็จจริงอยู่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ เชื่อว่า เลียงผาที่ถูกทำร้ายน่าจะตายแล้ว
 


กลับขึ้นด้านบน